รู้จักกับดอกเบี้ยแบบต่าง ๆ ของสินเชื่อก่อนที่จะกู้สินเชื่อ

การกู้สินเชื่อนั้น สิ่งที่คุณควรจะทำความเข้าใจนอกจากความหายของสินเชื่อ แล้ว อัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อแต่ละประเภทก็เป็นสิ่งที่ผู้กู้ควรรู้จักเช่นเดียวกัน ในปัจจุบันนั้น อัตราดอกเบี้ยในการกู้สินเชื่อมีอยู่หลายประเภท ซึ่งบางประเภทก็มีกฎเกณฑ์ที่ตายตัว บางประเภทก็ต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์เศรษฐกิจในช่วง ๆ นั้น สินเชื่อ แต่ละประเภทนั้นก็จะมีอัตราดอกเบี้ยที่ต่างกันออกไป รู้จักกับดอกเบี้ยแบบต่าง ๆ ของสินเชื่อก่อนที่จะกู้สินเชื่อ เป็นตัวช่วยให้คุณทำความเข้าใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยแต่ละประเภทของสินเชื่อ เพื่อช่วยให้คุณได้วางแผนการเงินล่วงหน้าได้

รู้จักกับดอกเบี้ยแบบต่าง ๆ ของสินเชื่อก่อนที่จะกู้สินเชื่อ

1. อัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก (Effective Rate)

สำหรับใครที่เป็นสนใจในเรื่องของสินเชื่อนั้น อาจจะต้องเคยได้ยินเกี่ยวกับ อัตราดอกเบี้ยกันมาบ้าง ซึ่งอัตราดอกเบี้ยนั้นก็มีอยู่หลายประเภท อย่าง อัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก เป็นอัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อส่วนบุคลลที่หลาย ๆ คนน่าจะคุ้นเคยกันดี เมื่อคุณชำระเงินต้นคืนไปมากเท่าไหร่จำนวนเงินต้นคงเหลือที่นำมาคำนวณดอกเบี้ยก็จะยิ่งน้อยลง ยิ่งเงินต้นเหลือน้อยเท่าไหร่อัตราดอกเบี้ยก็จะถูกลงตามไปด้วยเท่านั้น โดยดอกเบี้ยจะถูกคิดคำนวณเป็นรายวันจากเงินต้นที่เหลือในแต่ละเดือน ดอกเบี้ยประเภทนี้จะเป็นดอกเบี้ยของสินเชื่อส่วนบุคคลและบัตรกดเงินสด เรียกได้ว่าเป็นอัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารหลาย ๆ ที่ก็มักจะนิยมใช้

รู้จักกับดอกเบี้ยแบบต่าง ๆ ของสินเชื่อก่อนที่จะกู้สินเชื่อ - อัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก (Effective Rate)

2. อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ (Fixed Rate)

อัตราดอกเบี้ยที่มักจะพบได้ในสินเชื่อของรถยนต์นั้น คือ อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ ก็เป็นอัตราดอกเบี้ยที่ทุกอย่างถูกกำหนดไว้แบบตายตัว มีการคำนวณทุกอย่างมาเสร็จสรรพแล้ว อย่าง งวดรถยนต์ แต่ละงวดนั้นธนาคารก็จะมีการคำนวณเงินต้นและดอกเบี้ยต่าง ๆ มาใหเสร็จสรรพ เพียงแค่คุณจ่ายให้ตรงเวลา อัตราดอกเบี้ยที่แบบคงที่นั้น จะถูกคำนวณให้เท่ากันในแต่ละเดือน และคงอยู่ตลอดอายุสัญญาเงินกู้ จะแตกต่างกับดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกอยู่มาก เพราะไม่ว่าคุณจะโปะจ่ายเงินต้นให้ลดลงมากน้อยแค่ไหน แต่ดอกเบี้ยที่คุณได้รับนั้นจะไม่ได้ลดลงไป จะมีผลดีก็เพียงแค่ระยะเวลาในการผ่อนชำระจะหมดเร็วขึ้นเท่านั้น เพราะเป็นการคำนวณดอกเบี้ยแบบเบ็ดเสร็จตั้งแต่เริ่มสัญญา เป็นอีกหนึ่งรูปแบบอัตราดอกเบี้ยที่หลาย ๆ คนน่าจะเคยเจอ

3. อัตราดอกเบี้ยเงินกู้แบบลอยตัว (Floating Rate)

ดอกเบี้ยนั้นบางทีก็ขึ้นอยู่กับสภาวะเศรษฐกิจในช่วงนั้น สถาบันการเงินหลาย ๆ สถาบันจะเป็นคนกำหนดเงื่อนไขต่าง ๆ ของ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้แบบลอยตัว ไว้ ซึ่งโดยส่วนมากแล้วอัตราดอกเบี้ยประเภทนี้มักจะพบได้ในสินเชื่อกู้บ้าน การกำหนดอัตราดอกเบี้ยให้เป็นไปตามสภาพของเศรษฐกิจในช่วงนั้น ๆ  ทำให้อัตราดอกเบี้ยแบบนี้ไม่สามารถคาดคะเนได้เลย ถ้าปีไหนดอกเบี้ยถูกลงคุณก็จ่ายและได้รับอัตราดอกเบี้ยที่ถูกลง ถ้าปีไหนดอกเบี้ยแพงคุณก็ต้องจ่ายดอกเบี้ยแพงขึ้นตามไปด้วย

ทั้งนี้อัตราการเปลี่ยนแปลงดอกเบี้ยนั้นจะขึ้นอยู่กับแต่ละธนาคาร เพราะแต่ละธนาคารก็มีอัตราดอกเบี้ยที่เปลี่ยนแปลงต่างกันไปขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละธนาคาร ดังนั้น หากคุณต้องการที่จะกู้สินเชื่อบ้านก็ควรศึกษาธนาคาร หรือสถาบันการเงินหลาย ๆ  แห่งเพื่อใช้เป็นตัวเลือก

ตัวย่อ MLR, MOR, MRR คืออะไร

หลาย ๆ คนน่าจะมีข้อสงสัยเกี่ยวกับตัวย่อ MLR, MOR, MRR ที่เรามักจะเห็นกันในดอกเบี้ยสินเชื่อต่างๆ  ซึ่งแต่ละตัวย่อก็มีความหมายที่แตกต่างกัน แต่ความหมายโดยรวมของตัวย่อทั้ง 3 นั้น หมายถึง อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ทางธนาคารใช้เป็นเกณฑ์ในการเรียกเก็บดอกเบี้ยเงินกู้จากลูกค้า โดยมีลักษณะเป็นดอกเบี้ยลอยตัวไปดูความหมายของแต่ละตัว ดังนี้

1. MLR หรือ Minimum Loan Rate

ตัวย่อเหล่านี้สามารถใช้แยกลูกค้าของแต่ละธนาคารไว้ตามสภาพคล่องทางการเงิน โดย MLR หรือ Minimum Loan Rate  นั้น คือ อัตราดอกเบี้ยที่ทางธนาคารเรียกเก็บจากลูกค้ารายใหญ่ ที่มีประวัติทางการเงิน และมีสภาพคล่องทางการเงินที่ดี เช่น มีประวัติทางการเงินที่ดี ไม่เสี่ยงต่อการล้มละลาย มีหลักทรัพย์เพียงพอในการค้ำประกัน และมีความมั่นคงในอาชีพหรือธุรกิจที่ประกอบการอยู่ เป็นต้น ซึ่งส่วนใหญ่มักใช้กับ สินเชื่อระยะยาวที่มีระยะเวลาในการผ่อนชำระแน่นอน ตายตัว เช่น สินเชื่อเพื่อการประกอบธุรกิจ และสินเชื่ออื่น ๆ ในทำนองเดียวกัน ซึ่งเป็นลูกค้าที่มีคุณภาพของธนาคารใครที่อยู่ในประวัติดีส่วนมากก็มักจะทำกการกู้สินเชื่อผ่าน

ดอกเบี้ยแบบต่าง ๆ - MLR หรือ Minimum Loan Rate

2. MOR หรือ Minimum Overdraft Rate

อีกหนึ่งตัวย่อที่หลาย ๆ คนน่าจะเคยได้ยินกันดี คือ MOR หรือ Minimum Overdraft Rate เป็นอีกหนึ่งการเก็บอัตราดอกเบี้ยของผู้กู้ที่ขอกูสูงกว่าปกติ ซึ่งกอัตราดอกเบี้ยนี้ จะเป็นเงื่อนไขของหลาย ๆ ธนาคาร MOR หมายถึง อัตราดอกเบี้ยที่ทางธนาคารเรียกเก็บจากลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี แต่ขอกู้วงเงินเกินบัญชี ดอกเบี้ยประเภทนี้จะคิดให้ก็ต่อเมื่อ ลูกค้าท่านนั้นมีประวัติการชำระเงินในรอบก่อน ๆ อย่างสม่ำเสมอ และมีความมั่นคงพอสมควร ธนาคารจะต้องพิจารณาในเรื่องความเสี่ยงในอนาคตเสมอ แม้ว่าจะเป็นลูกค้าชั้นดีก็ตาม ซึ่งอัตราดอกเบี้ยนี้จะขึ้นอยู่กับเงินที่คุณขอกู้

3. MRR หรือ Minimum Retial Rate

MRR หรือ Minimum Retial Rate  อัตราดอกเบี้ยที่พบมากที่สุด และเรียกเก็บในหลายๆ กรณี โดยอัตราดอกเบี้ยนี้ จะใช้กับสินเชื่อทั่ว ๆ ไป อย่าง สินเชื่อบ้าน ที่อยู่อาศัย หรือสินเชื่อเงินกู้ส่วนบุคคล โดย MRR หมายถึง อัตราดอกเบี้ยที่ทางธนาคารเรียกเก็บจากลูกค้ารายย่อยชั้นดี ซึ่งในกรณีนี้ทางธนาคารมักจะใช้ระยะเวลาในการตรวจสอบลูกค้านานพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นประวัติในการชำระหนี้ หรือการใช้เครดิตต่างๆ ความมั่นคงทางอาชีพ หรือความมั่นคงทางการเงิน เป็นต้น เพื่อคาดเดาถึงศักยภาพของลูกค้าในการผ่อนชำระคืนในอนาคต เป็นอัตราการเก็บดอกเบี้ยที่พบบ่อยมากที่สุด

สำหรับใครที่สนใจเรื่องสินเชื่อ หรือต้องการที่จะกู้สินเชื่อต่าง ๆ นั้น ควรทำความเข้าใจ และศึกษาเกี่ยวกับประเภทของดอกเบี้ยให้ละเอียด เพราะสินเชื่อส่วนบุคคลนั้น ก็มีดอกเบี้ยอยู่หลายประเภทที่ทางธนาคารนั้นเรียกเก็บ รู้จักกับดอกเบี้ยแบบต่าง ๆ ของสินเชื่อก่อนที่จะกู้สินเชื่อ จะช่วยให้คุณวางแผนการเงินได้ดีขึ้น และช่วยให้คุณเข้าใจอัตราดอกเบี้ยประเภทต่าง ๆ มากขึ้น

หลาย ๆ คนอาจจะกู้สินเชื่อต่าง ๆ เพื่อมาใช้ในชีวิตประจำวันอย่าง กู้บ้าน รถ หรือลงทุนในธุรกิจต่าง ๆ แต่สำหรับใครที่ยังไม่อยากจะกู้ในช่วงนี้ แต่อยากจะมีธุรกิจส่วนตัว ก็มีธุรกิจหลายประเภทที่สามารถเปิดเองได้ง่าย ๆ โดยใช้เงินหลักพัน สำหรับใครที่กำลังจาหารายได้เสริมในช่วงนี้นั้น 5 ธุรกิจทำกำไรลงทุนงบหลักพัน สำหรับมือใหม่งบน้อย เหมาะมาก ๆ สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำธุรกิจและมีต้นทุนน้อย