รู้จักข้อดีของการทำธุรกรรมทางการเงินออนไลน์

ยุคสมัยมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ เช่นเดียวกับปัจจุบันที่หลาย ๆ คนต่างก็มีโทรศัพท์มือถือไว้ใช้งานกันอย่างน้อยหนึ่งเครื่อง ซึ่งโทรศัพท์มือถือนี้ก็เป็นสิ่งอำนวยสะดวกให้กับตัวเราเองในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสาร การทำงาน การดูหนังฟังเพลง รวมทั้งยังเป็นประโยชน์ในการทำธุรกรรมทางการเงินออนไลน์ (Online Banking หรือ Internet Banking) ได้อีกด้วย และการที่มีเทคโนโลยีที่สร้างความสะดวกสบายนี้เข้ามา จึงทำให้สังคมในยุคปัจจุบันเริ่มเปลี่ยนแปลงวิธีการใช้เงินในแบบเดิม มาเป็น “สังคมไร้เงินสด” ทั้งนี้การทำธุรกรรมทางการเงินออนไลน์ยังมีประโยชน์อีกมากมาย ซึ่งเราจะพาทุกคนไป รู้จักข้อดีของการทำธุรกรรมทางการเงินออนไลน์ ว่ามีอะไรบ้าง ตามไปดูกัน

รู้จักข้อดีของการทำธุรกรรมทางการเงินออนไลน์

1. ไม่เสียเวลาเดินทางไปธนาคารเมื่อต้องการทำธุรกรรมทางการเงิน

เริ่มกันที่ข้อดีแรกของการทำธุรกรรมทางการเงินออนไลน์ ที่สร้างความสะดวกสบายให้กับคนในสังคมเป็นอย่างมากด้วยการไม่จำเป็นต้องเสียเวลาเดินทางไปธนาคารอย่างเช่นแต่ก่อน ที่หากจะเปิดบัญชีธนาคาร ฝาก ถอน โอนเงินจากธนาคารหนึ่งไปยังธนาคารหนึ่ง ก็จะต้องเดินทางไปทำธุรกรรมที่ธนาคาร ทั้งนี้เมื่อเราสามารถทำธุรกรรมทางการเงินผ่านระบบออนไลน์ได้แบบในปัจจุบัน ก็ทำให้การเดินทางไปธนาคารไม่จำเป็นอีกต่อไป โดยทุกคนสามารถทำธุรกรรมหลาย ๆ อย่างได้ผ่าน Internet Banking หรือผ่านแอปธนาคารบนมือถือ ไม่ว่าจะเป็นการโอนเงิน ถอนเงิน จ่ายบิลค่าใช้จ่าย หรือการซื้อหน่วยลงทุน ก็สามารถทำได้ง่าย ๆ สะดวกและรวดเร็วมากขึ้น

ไม่เสียเวลาเดินทางไปธนาคารเมื่อต้องการทำธุรกรรมทางการเงิน

2. ทำธุรกรรมทางการเงินได้อย่างคล่องตัว

สำหรับการทำธุรกรรมทางการเงินออนไลน์ จะช่วยทำให้การทำธุรกรรมทางการเงินนั้นทำได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น ซึ่งเดิมการทำธุรกรรมทางการเงินแบบเก่า คุณจะต้องเตรียมเอกสารต่าง ๆ เช่น บัตรประชาชน สมุดบัญชี รวมถึงเอกสารอื่น ๆ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอน แต่ปัจจุบันการทำธุรกรรมผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ จะช่วยให้ลดขั้นตอนในการจัดเตรียมเอกสารลงได้เป็นอย่างมาก เพราะได้มีการใช้เทคโนโลยีที่ช่วยบันทึกข้อมูลต่าง ๆ ไว้อย่างปลอดภัย ซึ่งสิ่งนี้จะเป็นผลดีต่อผู้ใช้บริการเป็นอย่างมากและช่วยลดความยุ่งยาก ทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจสามารถดำเนินกิจการได้คล่องตัวและรวดเร็วยิ่งขึ้นนั่นเอง

ทำธุรกรรมทางการเงินได้อย่างคล่องตัว

3. ธุรกรรมทางการเงินลดปัญหาอาชญากรรม

ในส่วนของการทำธุรกรรมทางการเงินออนไลน์จะช่วยลดปัญหาอาชญากรรมนั่นก็คือ เราอาจจะไม่จำเป็นต้องพกเงินเป็นจำนวนมากเหมือนแต่ก่อน แต่ยังช่วยให้การจัดการเรื่องเงินของคุณทำได้ง่าย แถมช่วยลดอัตราปัญหาการเกิดอาชญากรรม จี้ ปล้นนั่นเอง เพราะการเงินต่าง ๆ สามารถทำผ่านโทรศัพท์มือถือได้ หรือหากถูกขโมยมือถือ หรือบัตรเครดิต คุณก็สามารถโทรแจ้งธนาคารให้อายัดบัตร หรือปิดบัญชีการใช้ Mobile banking ได้อีกด้วย

ธุรกรรมทางการเงินลดปัญหาอาชญากรรม

4. ตรวจสอบความเคลื่อนไหวของธุรกรรมทางการเงินได้ง่ายขึ้น

อีกหนึ่งสิ่งที่เป็นข้อดีสำหรับการทำธุรกรรมทางการเงินออนไลน์ก็คือ เราตรวจสอบความเคลื่อนไหวของธุรกรรมทางการเงินได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบรายการย้อนหลัง ข้อมูล และความเคลื่อนไหวทางการเงินต่าง ๆ เพราะคุณแค่กดเข้าแอปธนาคารบนมือถือ เพื่อดูความเคลื่อนไหว หรือจะเช็คจากรูปสลิปที่เซฟไว้ หรือจะเป็น Message หรือ E-mail ที่แจ้งเตือนจากธนาคารเกี่ยวกับการฝาก ถอน จ่ายเงินของคุณ ก็สามารถทำได้ง่าย และยังสามารถกดขอ Bank statement ปัจจุบัน หรือย้อนหลังผ่านทางออนไลน์ได้อีกเช่นกัน  

ตรวจสอบความเคลื่อนไหวของธุรกรรมทางการเงินได้ง่ายขึ้น

5. ธุรกรรมทางการเงินช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม

มาถึงข้อดีข้อสุดท้ายของการทำธุรกรรมทางการเงินออนไลน์ ซึ่งข้อดีนี้จะช่วยให้รักษาสิ่งแวดล้อม ด้วยการที่ช่วยลดปริมาณเอกสาร หรือการออกสลิปกระดาษลงไปได้เป็นอย่างมาก เพราะข้อมูลทุกอย่างจะถูกบันทึกอยู่ในระบบ และช่วยให้ลดปริมาณขยะลงได้ นอกจากนี้ยังเป็นการช่วยประเทศลดลดต้นทุน ลดปริมาณ และพลังงานในกระบวนการการผลิตธนบัตรและเหรียญกษาปณ์ พร้อมทั้งยังช่วยลดการเดินทางไปธนาคารของเราได้อีกด้วย

ธุรกรรมทางการเงินช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม

เป็นอย่างไรกันบ้าง ได้รู้จักข้อดีของการทำธุรกรรมทางการเงินออนไลน์กันไปแล้ว ซึ่งจะเห็นว่าข้อดีแต่ละข้อนั้นจะช่วยทำให้การใช้ชีวิตของเราสะดวกสบายมากขึ้น ไม่ยุ่งยากเหมือนแบบเดิมแล้ว อีกทั้งในปัจจุบันเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19ยังคงระบาดอย่างหนัก จึงต้องมีการเว้นระยะห่างทางสังคม ทำให้การใช้งานผ่าน Internet Banking หรือผ่านแอปธนาคารเป็นสิ่งที่มีประโยชน์และอำนวยความสะดวก พร้อมช่วยลดการออกนอกบ้านเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดได้อีกด้วย

ได้รู้ข้อดีของการใช้งานการเงินออนไลน์แล้ว เรื่องที่สำคัญอีกหนึ่งสิ่งคือ การวางแผนทางการ เพื่อให้เราสามารถใช้จ่ายได้อย่างคล่องตัว และในเรื่องของการวางแผนการเงินสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือ เป้าหมายทางการเงิน โดย เป้าหมายทางการเงินที่ทุกคนควรมีในชีวิต จะช่วยลดความเสี่ยงให้กับสถานะทางการเงินของเรามากขึ้น

นอกจากนี้ 4 แนวคิด ที่จะทำให้คุณมีความมั่งคั่งทางการเงิน ยังเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่จะให้คุณปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตให้รู้จักวางแผนการเงินมากขึ้นด้วย

เป้าหมายทางการเงินที่ทุกคนควรมีในชีวิต

เป้าหมายทางการเงิน ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก ที่ทุกคนควรมีหรือวางแผนไว้เผื่ออนาคต โดยการมีเป้าหมายทางการนี้ จะช่วยให้คุณจัดการกับค่าใช้จ่ายต่างๆ ได้ง่าย อีกทั้งจะไม่ก่อหนี้สินให้กับตัวเอง ทำให้ไม่เกิดความกังวลต่อการใช้เงินกับสิ่งต่างๆ และการมีเป้าหมายทางการเงินจะส่งผลดีและเป็นประโยชน์กับตัวคุณเองในหลายๆ ด้านอีกด้วย ซึ่งเป้าหมายทางการเงินนี้คืออะไร มีประโยชน์อย่างไร วันนี้ lipetogo จะพาคุณไปทำความรู้จักกับ เป้าหมายทางการเงินที่ทุกคนควรมีในชีวิต โดยจะเป็นอย่างไรบ้างนั้น ตามไปดูกันเลย

เป้าหมายทางการเงิน คืออะไร?

ก่อนอื่นเราต้องมาทำความรู้จักกันก่อนว่าเป้าหมายทางการเงินคืออะไร สำคัญอย่างไร ซึ่งเป้าหมายทางการเงิน คือ สิ่งที่เรากำหนดขึ้นเพื่อใช้ในการวิเคราะห์เป้าหมาย วางแผน และกำหนดทิศทางทางการเงิน เพื่อสร้างแผนปฏิบัติให้ลงมือทำ ซึ่งสิ่งนี้จะทำให้เรามีเป้าหมาย และสามารถไปถึงเป้าหมายทางการเงินที่วางแผนไว้ได้

โดยการมีเป้าหมายและการวางแผนที่ชัดเจน จะทำให้เรารู้ว่าต้องทำอะไร เมื่อไร อย่างไร และสิ้นสุดเมื่อไหร่ โดยการตั้งเป้าหมายด้านการเงิน ควรเป็นเป้าหมายที่ชัดเจนและมีความสอดคล้องกันด้วย

เป้าหมายทางการเงิน คืออะไร

เป้าหมายทางการเงินที่ควรมีในชีวิต

การมีเป้าหมายทางการเงินเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมาก เนื่องจากเงินถือว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญมากๆ ในการดำเนินชีวิต ดังนั้นเราจึงควรมีการวางแผนทางการเงินที่ดี โดยการวางแผนทางการเงินสามารถแบ่งออกตามระยะเวลาได้เป็น 3 ระยะ ดังต่อไปนี้

1. เป้าหมายทางการเงินระยะยาว

อันดับแรกคือการตั้งเป้าหมายทางการเงินระยะยาว ซึ่งเป็นระยะเวลามากกว่า 5 ปีขึ้นไป ถือเป็นเป้าหมายที่สำคัญมากที่สุดที่หลายคนมักมองข้าม เพราะเป้าหมายระยะยาว สามารถกำหนดและเป็นแนวทางในการตั้งเป้าหมายระยะกลางและระยะสั้นเพื่อให้เกิดความสอดคล้อง และสนับสนุนกันให้ประสบความสำเร็จในการไปถึงเป้าหมายได้ ตัวอย่างเป้าหมายระยะยาว เช่น การตั้งเป้าหมายมีเงิน 20 ล้านบาท เพื่อใช้ในวัยเกษียณอีก 30 ปีข้างหน้า เป็นต้น ดังนั้นการมีเป้าหมายทางการเงินระยะยาว จะช่วยให้ชีวิตของเรามีความมั่นคงขึ้นนั่นเอง

เป้าหมายทางการเงินที่ควรมีในชีวิต

2. เป้าหมายทางการเงินระยะกลาง

สำหรับเป้าหมายทางการเงินระยะกลางนี้ จะเป็นเป้าหมายที่ต้องการไปถึงในระยะ 2-5 ปี โดยเป็นเป้าหมายที่ไม่ใหญ่เท่ากับเป้าหมายระยะยาว แต่ก็ต้องใช้ระยะเวลาระยะหนึ่งในการไปให้ถึงเป้าหมายดังกล่าว และควรเป็นเป้าหมายที่สอดคล้องกับเป้าหมายระยะยาวด้วย ก็จะทำให้การไปถึงเป้าหมายสูงสุดทางการเงินมีความเป็นไปได้ และใกล้ความสำเร็จยิ่งขึ้น ตัวอย่างเป้าหมายระยะกลาง เช่น ต้องการการปลดหนี้ จำนวน 200,000 บาท ภายในอีก 2 ปีข้างหน้า หรือต้องการเก็บเงินก้อน 400,000 บาท เพื่อใช้ศึกษาต่อปริญญาโท ในอีก 3-4 ปี ข้างหน้า เป็นต้น การมีเป้าหมายระยะกลางจะทำให้เราสามารถประสบความสำเร็จได้ทีละขั้น จนสำเร็จไปถึงระยะยาวได้

เป้าหมายทางการเงินที่ควรมีในชีวิต

3. เป้าหมายทางการเงินระยะสั้น

ในส่วนของเป้าหมายทางการเงินระยะสั้นนั้น จะเป้าหมายทางการเงินที่ต้องการทำให้สำเร็จในระยะเวลาสั้นๆ เช่น ภายใน 1 ปี ซึ่งเป้าหมายระยะสั้นก็เป็นอีกหนึ่งเป้าหมายที่สำคัญในการดำเนินชีวิต และเพื่อการบรรลุเป้าหมายใหญ่ๆ ทางการเงินในอนาคตได้อีกเช่นกัน ตัวอย่างเป้าหมายระยะสั้น เช่น ต้องการเก็บเงินเพื่อซื้อโทรศัพท์มือถือ หรือต้องการแบ่งรายได้ส่วนหนึ่งมาออมในบัญชีฝากประจำเป็นจำนำ 8,000 บาททุกเดือน เป็นระยะเวลา 12 เดือน เป็นต้น การมีเป้าหมายระยะสั้นก็จะช่วยให้เราสามารถให้รางวัลกับตัวเองได้ และยังช่วยส่งเสริมให้เป้าหมายทางการเงินระยะยาวสำเร็จได้มากขึ้นด้วย

ประโยชน์ของการมีเป้าหมายทางการเงิน

ประโยชน์ของการมีเป้าหมายทางการเงิน

1. ทำตามเป้าหมายอยู่เสมอ การมีเป้าหมายทางการเงินที่ชัดเจนนี้ จะทำให้เรารู้ตัวอยู่ตลอดว่ากำลังทำเพื่ออะไรอยู่ และมีแรงจูงใจให้ลงมือจนเกิดความสำเร็จ

2. ลดความเสี่ยงในชีวิต หากคุณมีเป้าหมายทางการเงินที่ชัดเจนแล้ว จะช่วยลดความเสี่ยงในชีวิตได้ด้วย เนื่องจากเงินเป็นปัจจัยที่สำคัญมากๆ ในการดำรงชีวิต การมีเป้าหมายก็จะทำให้ดำเนินชีวิตไปได้อย่างมีแบบแผนมากขึ้น และยังช่วยลดความเสี่ยงให้กับสภาพทางการเงินมากขึ้นด้วย

ดังนั้น การมีเป้าหมายทางการเงินเป็นสิ่งที่ทุกคนควรมีในชีวิต เพราะถือว่าเรื่องการเงินเป็นส่วนที่สำคัญอย่างมากในการดำเนินชีวิตในแต่ละวัน อีกทั้งการมีเป้าหมายทางการเงินจะช่วยให้เราใช้ชีวิตได้รอบคอบ และมีแบบแผนอยู่เสมอ