วัย Gen Z อยากตามฝันให้สำเร็จ ต้องรีบลงทุนเร็ว

ในยุคนี้ใคร ๆ ก็ต่างกันมาเริ่ม ลงทุน กันมากขึ้น โดยเฉพาะคนวัย Gen Z ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่กำลังเติบโตมาเป็นประชากรในกลุ่มวัยแรงงาน และเป็นกลุ่มที่สำคัญที่สุดในขณะนี้ แต่ด้วยวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป และยุคสมัยที่ห้อมล้อมไปด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทำให้การลงทุนกับกองทุนรวมเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่คนวัย Gen Z ใช้เป็นแหล่งในการออมเงิน และใช้เป็นทางลัดในการเดินทางตามความฝันให้สำเร็จไปเร็วขึ้น!

วัย Gen Z คืออะไร

ทำความรู้จักกับคนวัย Gen Z กลุ่มประชากรที่เกิดในช่วง พ.ศ. 2540 – 2555 ซึ่งกลุ่มประชากรของวัยนี้เติบโตมาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ มากมาย จึงทำให้มีความสามารถในการใช้งานเทคโนโลยีทีมีความทัยสมัยต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว ใช้การติดต่อสื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ตเป็นหลัก มีการเปิดกว้างทางความคิดมากขึ้นและสามารถยอมรับวัฒนธรรมที่แตกต่างกันได้มากขึ้นจากการรับข้อมูลข่าวสารทางโลกออนไลน์

และทำให้มีความเป็นตัวเองสูงมากขึ้น กล้าแสดงออก สามารถทำงานหลายอย่างได้พร้อมกัน กล้าที่จะเรียนรู้การเป็นมนุษย์หลายงาน เป็นคนที่มีความสามารถที่หลากหลาย อีกทั้ง ยังเป็นกลุ่มคนที่ให้คุณค่ากับการรักตัวเองเป็นอย่างมาก และมองความสำเร็จของตัวเองจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมันมาจากความชอบใจหรือความพอใจของตัวเองเป็นหลัก ไม่ยึดติดเรื่องการทำงานที่มั่นคง แต่จะมองหาช่องทางในการลงทุนต่าง ๆ ที่จะพาไปสู่ความสำเร็จ

ทางลัดสู่ความสำเร็จฉบับ Gen Z

ทางลัดสู่ความสำเร็จฉบับ Gen Z

ด้วยความที่คน Gen Z มักจะทำตามใจตัวเองเป็นหลัก มองหาคุณค่าของการใช้ชีวิต จึงมักที่จะเลือกออกเดินทางท่องเที่ยวเพื่อตามหาความหมายของชีวิต และสร้างรายได้เพื่อเพื่อนำไปใช้ตามหาความฝันของตัวเอง ทำให้คนวัย Gen Z หันมาศึกษา และเรียนรู้เรื่องการลงทุนทางการเงินมากยิ่งขึ้น อีกทั้ง ยังเรียนรู้ในการลงทุนรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำธุรกิจส่วนตัว การเทรดหุ้น การลงทุนกับกองทุนรวม และกองทุนอื่น ๆ

ซึ่งด้วยความเป็นคนวัย Gen Z ที่มักจะใช้เงินไปกับความชอบ และการใช้ชีวิตเป็นหลัก ดังนั้น เงินที่คนวัยนี้จะนำมาลงทุน จึงเป็นเงินที่ไม่ได้ก้อนใหญ่มาก แต่ทุกการลงทุนพวกเขาได้ทำการศึกษา และเรียนรู้มาเป็นอย่างดี เพื่อให้เกิดกำไรที่งอกเงยได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องลงทุนมากมายก็สามารถนำเงินที่ได้ไปใช้เพื่อเป้าหมายของชีวิตได้แล้ว

โดยกองทุนที่เหมาะกับคนวัยนี้ มักจะเป็นกองทุนรวม ซึ่งจะเป็นการลงทุนสำหรับคนที่ไม่มีเงินลงทุนมาก ไม่มีเวลาในการติดตามผลในการลงทุน และจะมีผู้จัดการกองทุนเข้ามาเป็นตัวกลาง ทำหน้าที่ในการบริหารจัดการเงินทุนให้งอกเงยแทน และคุณก็จะรอรับผลตอบแทนจากการลงทุนนั่นเอง ทั้งนี้ กองทุนรวมที่เหมาะกับวัย Gen Z จะอยู่ในกลุ่มของกองทุนหุ้น กองทุนที่ลงทุนในต่างประเทศ และกองทุน Thematic ต่าง ๆ นั่นเอง

มารู้จักกับ กองทุนที่เหมาะกับ Gen Z

มารู้จักกับ กองทุนที่เหมาะกับ Gen Z

กองทุนรวมที่เหมาะกับ Gen Z กองทุนที่ 1 กองทุนหุ้น

กองทุนรวมหุ้นจะเป็นการที่คุณนำเงินไปลงทุนกับในหุ้นตามนโยบายต่าง ๆ ของกองทุนที่คุณเลือกซื้อ โดยกองทุนหุ้นที่คุณซื้อไปจะต้องมีการศึกษาผลประกอบการย้อนหลังในตลาดหลักทรัพย์เป็นอย่างไร ความเสี่ยงที่คุณยินยอมรับ และเงินที่ต้องใช้ในการลงทุนขั้นต่ำเริ่มต้นที่เท่าไหร่ ซึ่งกองทุนหุ้นที่น่าสนใจ จะเป็นประเภทของ Healthcare , พลังงงาน หรือเทคโนโลยี เป็นต้น

กองทุนรวมที่เหมาะกับ Gen Z กองทุนที่ 2 กองทุนที่ลงทุนในต่างประเทศ

กองทุนรวมที่ลงทุนในต่างประเทศจะเป็นการที่คุณนำเงินไปลงทุนในหลักทรัพย์หรือสินค้าทางการเงินต่าง ๆ ของต่างประเทศ โดยมีนโยบายการลงทุนในสินทรัพย์ต่าง ๆ ที่สามารถสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนสูงกว่าการที่คุณลงทุนกองทุนรวมในประเทศนั่นเอง อาทิ การลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมต่าง ๆ , ทองคำ หรือน้ำมันในต่างประเทศ เป็นต้น

กองทุนรวมที่เหมาะกับ Gen Z กองทุนที่ 3 กองทุน Thematic

การลงทุนในกองทุนรวมที่จะเน้นการลงทุนตามกระแสหลักของโลก ที่มีแนวโน้มว่าจะสูงขึ้นเรื่อย ๆ ในระยะยาว อาทิ การลงทุนในกลุ่มของเทคโนโลยี , อุตสาหกรรม หรือ Healthcare หรือ จะเรียนรู้เกี่ยวกับการลงทุน กองทุน SSF ซึ่งถือว่า ก็น่าลองสำหรับการวางอนาคตแบบยาว ๆ เป็นต้น

กองทุน SSF กองทุนเพื่อการออม ตัวช่วยในการลดหย่อนภาษี

ปัจจุบันมีกองทุนมากมาย ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้เรานั้นได้เลือกลงทุน ซึ่งกองทุน SSF เป็นกองทุนกองใหม่ที่จะมาแทน LTF ในปีนี้ ใช้ชื่อว่า “SSF” ซึ่งเป็นกองทุนที่ช่วยในการลดหย่อนภาษี ซึ่งต้องบอกว่าเป็นอีกหนึ่งกองทุนที่น่าลงทุนมากเช่นกัน เพราะเหมาะมากกับคนสมัยนี้ เพราะการลงทุนแบบนี้ล้วนลงทุนเพื่อที่จะได้ผลตอบแทนที่งอกเงย ดังนั้นตามเรามาดูกันว่า กองทุน SSF จะเป็นยังไงและมีดีอย่างไร

กองทุน SSF คืออะไร?

กองทุน SSF (Super Saving Funds) คือ หากจะต้องพูดถึงกองทุนรวมนั้นแน่นอนว่ามีหลากหลายประเภทอย่างมาก ซึ่งหนึ่งในกองทุนที่น่าลงทุนก็คือ กองทุนเพื่อการออม ซึ่งเป็นหนึ่งในกองทุนรวมเพื่อส่งเสริมการออมระยะยาว พิเศษกว่ากองทุนรวมทั่วไปตรงที่รัฐบาลอนุญาตให้สามารถนำจำนวนเงินที่ซื้อกองทุน SSF มาหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นไป โดยจะลดหย่อนแบบปีต่อปี ซื้อปีไหน ก็ลดหย่อนปีนั้น ในช่วงระยะเวลาปี 2563-2567

กองทุน SSF คืออะไร?

SSF ลงทุนในอะไรบ้าง

หลัวจากที่ทำความรู้จักกับการลงทุนแบบ SSF กันแล้ว หลายคนอาจจะสงสัยกันว่าการลงทุนแบบ SSF ต้องลงทุนแบบไหน ซึ่งจะต้องลงทุนในหลักทรัพย์ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นหุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ ตราสารหนี้ กองทุนรวมผสม ฯลฯ ซึ่งมีความยืดหยุ่นมากกว่า LTF ที่กำหนดให้ลงทุนในหุ้นสามัญภายในประเทศไทย

สิทธิประโยชน์

แน่นอนว่าว่าการลงทุนทุกการลงทุนนั้นจะต้องมีประโยชน์ ซึ่งวันนี้เราจะมาบอกประโยชน์ของการลงทุนแบบ Super Saving Funds การลงทุนแบบนี้ สามารถนำเงินลงทุนไปลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 30% ของเงินได้และไม่เกิน 200,000 บาท โดยเมื่อรวมกับกองทุนการออมเพื่อการเกษียณอายุอื่น ๆ (เช่น กองทุน RMF กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กองทุนสงเคราะห์ตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน กองทุนการออมแห่งชาติ หรือเบี้ยประกันภัยสำหรับการประกันชีวิตแบบบำนาญ) ต้องไม่เกิน 500,000 บาท ไม่กำหนดจำนวนขั้นตํ่าในการซื้อต่อปี และไม่บังคับซื้อต่อเนื่อง

ข้อเสีย

  • เงื่อนไขการขายคืนหน่วยลงทุนเพิ่มเป็น 10 ปีนับจากวันที่ซื้อ ต่างจาก LTF เดิมคือ 7 ปี
  • ให้ประโยชน์ลดหย่อนภาษีเพียง 5 ปี (2563-2567) โดยหลังจากนั้นการคลังจะพิจารณาอีกที
กองทุน SSF ต่างจาก ssfx

SSF ต่างจาก SSFX อย่างไร

อย่างที่บอกให้ทุกคนทราบว่าการลงทุนในปัจจุบันมีให้เรานั้นเลือกหลากหลายมาก ซึ่งหนึ่งในการลงทุนก็คือการลงทุนแบบ SSFX ซึ่งเชื่อว่า หลาย ๆ คนน่าจะเคยน่ายินการลงทุนแบบนี้ ซึ่งทั้งสองการลงทุนทั้งสองนั้นมีความใกล้และคล้ายคลึงกันอย่างมาก  ดังนั้นเราจะมาบอกว่า SSF ต่างจาก SSFX อย่างไร ตามมาดูกัน

  • สามารถลงทุนใน SSFX แค่ระหว่างช่วงวันที่ 1 เม.ย. – 30 มิ.ย. เท่านั้น
  • ลดหย่อนภาษีจาก SSFX ได้ไม่เกิน 200,000 บาท โดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องเงินได้ และไม่ถูกนำไปนับรวมกับกองทุนการออมเพื่อการเกษียณอายุอื่น ๆ
  • กองทุน SSFX ลงทุนแค่ในหุ้นไทยเท่านั้น โดยมีสัดส่วนไม่น้อยกว่า 65% ของมูลค่า NAV ทั้งหมด
  • ส่วนที่เหมือนกับ SSF คือเงื่อนไขการขายคืนหน่วยลงทุน นั่นคือต้องถือ 10 ปีนับจากวันที่ซื้อ
  • ไม่มีขั้นต่ำในการซื้อ
  • ถ้าซื้อ SSFX ไปจนปีนี้ไม่ต้องจ่ายภาษีแล้ว ก็ไม่ต้องซื้อ SSF แล้วก็ได้

และทั้งหมดนี้ก็คือ กองทุน Super Saving Funds กองทุนเพื่อการออม ตัวช่วยในการลดหย่อนภาษี เพราะเชื่อว่าทุกคนนั้นจะต้องมีการเสียภาษีอย่างแน่นอน ซึ่งการลงทุนแบบนี้ เป็นอีกหนึ่งการลงทุนที่ดีเลย เพราะถ้ากหากใครที่เสียภาษีบ่อยการลงทุนแบบเป็นอะไรที่น่าลงทุนอย่างมาก เรียกได้ว่า เป็นอีกหนึ่งวิธีออมเงินที่ดีไม่น้อย ดูวิธีการออมเงินเพิ่มเติมได้ที่ 5 วิธีออมเงินให้ได้ผลกำไร

5 วิธีออมเงินให้ได้ผลกำไร สำหรับมือใหม่หัดออม

การออมเงิน เป็นสิ่งที่ควรทำอย่างมาก เพราะเงินออมนั้นสามารถช่วยให้เรามีเงินใช้จ่ายในช่วงฉุกเฉินได้ ซึ่งการออมเงินแบบธรรมดานั้น จะทำให้คุณมีความมั่นคงในด้านการเงิน แต่สำหรับใครที่อยากจะขยับขยายเงินออมของเราให้เพิ่มมากขึ้น การลงทุน ก็เป็นหนึ่งวิธีที่น่าสนใจ สำหรับมือใหม่ที่เริ่มออมนั้น อาจจะอยากรู้ว่ามีวิธีไหนบ้างที่จะเพิ่มยอดเงินของเราได้ 5 วิธีออมเงินให้ได้ผลกำไร สำหรับมือใหม่หัดออม เป็นวิธีออมเงินที่จะช่วยทำให้เงินของเรางอกเงยมากขึ้น ที่มือใหม่ควรรู้

รวมวิธีออมเงินแบบได้กำไร

1. บัญชีเงินออมดิจิทัล

ปัจจุบันโลกออนไลน์ สามารถทำธุรกรรมทางการเงินได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะโอน ซื้อ ขายต่าง ๆ รวมไปถึง การเปิดบัญชีเงินฝาก ที่เราไม่จำเป็นที่จะต้องไปที่ธนาคาร สำหรับใครที่อยากจะออมเงินให้ได้เยอะ ๆ นั้น การเปิดบัญชีเงินออมดิจิทัล จะช่วยทำให้การออมเงินของคุณสะดวกมากขึ้น บัญชีเงินออมดิจิทัล คือ บัญชีออมทรัพย์แบบไม่มีสมุดคู่ฝาก(Book Bank) ซึ่งบัญชีดังกล่าวจะได้รับดอกเบี้ยประมาณ 0.5-1.5% สามารถฝาก ถอน โอนได้ ผ่านระบบออนไลน์ โดยในหลายธนาคารไม่มีเงื่อนไขขั้นต่ำในการฝาก ใครที่อยากได้ดอกเบี้ยมากกว่าเงินฝากออมทรัพย์ทั่วไป หากคุณเริ่มฝากที่ 1,000 บาท เมื่อคิดดอกเบี้ย 0.5% จะได้ดอกเบี้ยแล้วประมาณ 5 บาท ใครที่อยากจะเปิดบัญชีเพื่อเก็บเงินแบบไม่ยุ่งยาก แถมยังได้เงินที่เพิ่มมากขึ้นก็ลองวิธีนี้ดูได้

ออมเงินแบบได้กำไร ด้วยการเปิดบัญชีเงินออมดิจิทัล

2. เงินฝากประจำแบบปลอดภาษี

สำหรับใครที่อยากจะลงทุน เพิ่มกำไรให้กับตัวเอง การลงทุนที่มีความเสี่ยงน้อยอย่าง การออมเงิน ก็สามารถทำได้โดยการ เปิดบัญชีเงินฝากประจำแบบปลอดภาษี หลาย ๆ คนอาจจะเคยได้ยินการเปิดบัญชีแบบนี้กันมาแล้ว นอกจกาจะช่วยเพิ่มดอกเบี้ยให้กับเงินฝากแล้ว ยังช่วยเพิ่มวินัยในการฝากเงินอีกด้วย โดยในปัจจุบันเริ่มต้นเงินฝากขั้นต่ำตั้งแต่ 500 หรือ 1,000 บาท มีอัตราดอกเบี้ยอยู่ในช่วงประมาณ 1.25-2.30% ซึ่งต้องฝากเงินอย่างสม่ำเสมอทุกเดือนในจำนวนที่เท่ากัน มีกรอบเวลา 24 เดือน หรือ 36 เดือน ข้อดีคือไม่ต้องเสียภาษี แต่จำกัดการเปิดบัญชี 1 คนต่อ 1 บัญชีเท่านั้น เหมาะสำหรับมือใหม่หัดออมที่อยากจะมีเงินเก็บเยอะ ๆ ซึ่งแต่ละธนาคารนั้น ก็จะมีดอกเบี้ยที่แตกต่างกันไป

3. เงินฝากประจำทั่วไป

การเก็บเงินออมเป็นเงินสด อาจจะทำให้เงินของคุณงอกเงยขึ้นยาก การเปิดบัญชีเงินฝากประจำทั่วไป ถึงแม้จะมีดอกเบี้ยที่น้อยคุณก็จะได้ดอกเบี้ยในทุก ๆ ปี ใครที่เป็นมือใหม่สำหรับการออมเงินนั้น บัญชีเงินฝากประจำทั่วไปเหมาะสำหรับทั้งการออมเงิน และการทำธุรกรรมต่าง ๆ โดยในปัจจุบันแต่ละธนาคารก็จะมีเงินขั้นต่ำ สำหรับการเปิดบัญชี 1,000 บาท  ซึ่งอัตราดอกเบี้ยอยู่ในช่วงประมาณ 0.5-1.5% โดยต้องฝากเงินอย่างสม่ำเสมอทุกเดือนในจำนวนที่เท่ากัน มีกรอบช่วงเวลาตั้งแต่ 3 เดือนจนถึง 48 เดือน ขึ้นอยู่กับธนาคารแต่ละแห่งกำหนด เงื่อนไขคือต้องเสียภาษีดอกเบี้ย ณ ที่จ่ายประมาณ 15% แต่ข้อดีคือ 1 คนสามารถเปิดบัญชีประเภทดังกล่าวได้มากกว่า 1 บัญชี ใครที่อยากจะออมเงินได้อย่างมีวินัยก็ต้องใช้วิธีนี้

4. สลากออมทรัพย์

อีกหนึ่งการลงทุนที่ได้รับความนิยมอย่างมาก และมีความเสี่ยงที่ไม่สูง สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มออมาเงินและอยากจะทำให้เงินของตัวเองงอกเงยนั้น สามารถลงทุนกับ สลากออมทรัพย์ ได้ หากคุณมีงบอยู่ 1,000 บาท สามารถลงทุนกับสลากออมทรัพย์ ได้ทั้ง ธนาคารออมสิน ,ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) โดยระยะเวลาลงทุนประมาณ 1 ปีขึ้นไป เพื่อลุ้นถูกรางวัลในแต่ละเดือน

หรือตามเงื่อนไขของสลากแต่ละรุ่นกำหนด สามารถซื้อเพียงครั้งเดียวหรือเพิ่มหลายครั้ง ซึ่งผลตอบแทนคือลุ้นการถูกสลากรางวัล โดยกรอบเงินรางวัลมีตั้งแต่ 20 บาท ถึง 10 ล้านบาท แถมสลากบางรุ่นยังมีดอกเบี้ยให้อีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นการลงทุนที่มีแต่ได้กับได้

ออมเงินแบบได้กำไร ด้วยการลงทุนสลากออมทรัพย์

5. กองทุนรวม

ใครที่เป็นวัยทำงานอาจจะเคยได้ยิน กองทุนรวม กันมาบ้าง ซึ่งกองทุนรวมเป็นอีกหนึ่งการลงทุนความเสี่ยงน้อย และสามารถลงทุนด้วยงบน้อยได้ ซึ่งกองทุนรวมก็มีหลายประเภทให้ได้เลือกตามความสนใจของเรา ทั้งยังมีคนจัดการให้ตลอด อย่างผู้จัดการกองทุนมาบริการเงินให้ ซึ่งมีกองทุนให้เราเลือกมากมาย ทั้งหุ้น ตราสารหนี้ ทองคำ อสังหาริมทรัพย์ และการลงทุนในตลาดต่างประเทศ ซึ่งบางแห่งมีเงินแค่ 1 บาทก็สามารถลงทุนได้แล้ว

โดยแต่ละกองจะกำหนดเงื่อนไขความเสี่ยงของผู้ลงทุนในระดับที่รับได้ แบ่งเป็น 8 ระดับซึ่งมีตั้งแต่เสี่ยงน้อยมาก ไปจนถึงความเสี่ยงสูงมาก ในส่วนของผลตอบแทนนั้นบางกองอาจได้กลับมาในระดับ 5-10% ต่อปี เทียบเงินต้น 1,000 บาทจะได้ผลตอบแทนประมาณ 50-100 บาท  หรืออาจมากกว่า 50% ต่อปี แต่ก็มีความเสี่ยงที่เงินต้นจะหายเช่นกัน ดังนั้น ควรศึกษาให้ดี ๆ ใครที่เป็นมือใหม่ ก็ลองเลือกกองทุนที่มีความเสี่ยงต่ำมากก่อนได้

ขอแนะนำกองทุนรวม อีกหนึ่งกองทุนที่น่าสนใจที่จะช่วยในเรื่องของการลดหย่อนภาษี อย่าง กองทุน SSF กองทุนเพื่อการออม

การออมเงินนั้นจะทำให้เรามีเงินเก็บ ไว้ใช้ในยามฉุกเฉินได้ แต่หากเราออมเงินไว้เฉย ๆ เงินของเราก็จะไม่มีวันงอกเงยได้ ใครที่อยากจะให้เงินออมงอกเงยนั้น สามารถนำเงินไปลงทุนได้ โดยการลงทุนในปัจจุบันนั้นก็สามารถทำได้หลายช่องทาง และสามารถใช้งบหลักพันได้ 5 วิธีออมเงินให้ได้ผลกำไร สำหรับมือใหม่หัดออม เป็นตัวช่วยการออมเงินให้ได้กำไรเพิ่มสำหรับคนเริ่มลงทุน

สำหรับใครที่กำลังเก็บออมเงิน และวางแผนการเงินอยู่นั้น สิ่งที่จะช่วยอำนวยความสะดวกของคุณในด้านการเงินได้หลาย ๆ เรื่อง คือ แอพช่วยจัดการการเงิน ซึ่งในปัจจุบันนี้นั้นมีแอพที่ช่วยจัดการการเงิน ทำธุรกรรมต่าง ๆ ได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการคำนวณรายรับ-รายจ่าย ภาษี หรือแม้แต่การลงทุน ที่จะช่วยให้คุณใช้ชีวิตสะดวกขึ้น

น้องวัยเรียนคนไหนที่อยากจะเก็บออมเงินให้ได้เยอะ ๆ นั้น ก่อนที่จะไปเปิดบัญชีต่าง ๆ น้อง ๆ จะต้องมีวินัยในการออมเงินเสียก่อน ซึ่งวัยเรียนสามารถเริ่มออมเงินและจัดการการเงินของตัวเองได้ง่าย ๆ 7 วิธีออมเงินให้ได้ผลฉบับวัยเรียนหัดออม ที่จะช่วยให้น้อง ๆ มีวินัยในการออม และออมเงินได้จริง ๆ

7 วิธีออมเงินให้ได้ผลฉบับวัยเรียนหัดออม

การออมเงิน สามารถทำได้ทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นวัยทำงาน หรือแม้แต่วัยเรียน ที่ยังไม่ได้มีรายได้มาก การออมเงินสำหรับน้อง ๆ วัยเรียนนั้น หากต้องการออมเงินให้ได้ผล มีเงินเก็บที่สามารถนำไปใช้ได้ ก็ต้องมีวินัยในการออม และต้องวางแผนการเงินให้เป็น ซึ่งวิธีออมเงินง่าย ๆ ที่วัยเรียนสามารถทำได้ก็มีอยู่หลายวิธี 7 วิธีออมเงินให้ได้ผลฉบับวัยเรียนหัดออม รวมวิธีออมเงินที่เหมาะกับน้อง ๆ วัยเรียนสามารถทำได้จริง และทำได้ง่าย

ออมเงิน 7 วิธี ฉบับวัยเรียนหัดออม

1. เก็บเหรียญ

สำหรับน้อง ๆ นักเรียนที่กำลังต้องการเก็บเงินให้ได้ผลนั้น การค่อย ๆ ออมเงินจะเหมาะกับวัยเรียนมากกว่า หลาย ๆ คนที่มักจะได้เงินเป็นรายวัน หรือรายสัปดาห์ หากต้องการเก็บออมเงินเรื่อย ๆ แบบไม่ได้ใช้เร่งด่วน การเก็บเหรียญ เป็นสิ่งที่ตอบโจทย์มาก ในแต่ละวันเราน่าจะมีเหรียญ 5 หรือ 10 เหลือติดกระเป๋ากัน วิธีออม คือ ให้เก็บเหรียญทั้งหมดที่เหลือหยอดกระปุก แค่นั้นเอง พอถึงสิ้นปีก็ค่อยมานับรวมยอด หรืออาจจะตั้งเป้าว่าหยดวันละ 10 บาทก็ย่อมได้ ซึ่งเมื่อเราเปิดกระปุกมานำเมื่อครบปีก็อาจจะทำให้เรามีเงินจำนวนมากได้

7 วิธีออมเงินให้ได้ผลฉบับวัยเรียนหัดออม - เก็บเหรียญ

2. ออมวันละ 20

ใครที่อยากจะลองออมเงินแบบง่าย ๆ ดู การออมเงินวันละ 20 บาท ก็เป็นตัวเลือกในการฝึกวินัยการออมที่ดี เพราะเป็นจำนวนที่ไม่ได้มากไป และไม่ได้น้อยไปสำหรับวัยเรียน การฝึกออมเงินแบบนี้ จะทำให้เรามีวินัยในการออมและการใช้จ่ายมากขึ้น แถมยังได้เงินเก็บเยอะด้วย

3. เก็บเงินตามวันที่

เรียกได้ว่าเป็นวิธีออมเงินที่ได้รับความนิยมมาก ทั้งยังเก็บออมได้ดี คือ การเก็บเงินตามวันที่ ที่เราสามารถทำตามได้ง่าย ๆ ยิ่งวัยเรียนน่าจะชื่นชอบวิธีนี้กัน โดยจะเริ่มเก็บเงินตามวันที่ไปเรื่อย ๆ เช่น วันที่ 1 ก็ออม 1 บาท วันที่ 2 ก็ออม 2 บาท ไปเรื่อย ๆ จนหมดเดือน เราก็จะมีเงินเก็บทุกวัน และเมื่อครบปีก็มีเงินเก็บไว้ซื้อของที่ต้องการได้

4. เก็บแบงก์ 50

วิธีนี้เป็นวิธียอดนิยมของทุก ๆ วัน คือ เก็บแบงก์ 50 การเก็บแบงค์ 50 นั้นให้เราออมเฉพาะในวันที่เราได้แบงค์ใบละ 50 บาทมา ที่คนนิยมใช้วิธีนี้ เพราะแบงค์50 บาทนั้นหาได้ยากมาก หลายๆ คนมักจะใช้แบงค์ 20 หรือเหรียญกันซะมากกว่า น้อง ๆ วัยเรียนสามารถใช้วิธีนี้ควบคู่กับการออมเงินแบบอื่นได้ ก็จะทำให้เรามีเงินเก็บที่เพิ่มขึ้น

ออมเงิน 7 วิธี ฉบับวัยเรียนหัดออม - เก็บเงินตามวันที่

5. พกเงินเท่าที่ใช้

การพกเงินเท่าที่ใช้ เป็นการจัดการเงินที่หลาย ๆ คนแม้ไม่ใช่วัยเรียนก็สามารถทำได้ แต่วิธีนี้จะต้องวางแผนการเงินไว้อย่างรัดกุมมาก และต้องรู้ค่าใช้จ่ายของตัวเองในแต่ละวันด้วย ไม่ว่าจะ ค่ารถ ค่าอาหาร หรือค่าอื่น ๆ เพราะหากเราทราบค่าใช้จ่ายที่ชัดเจน เราก็จะสามารถจัดแจงเงินสำหรับพกไปได้  วิธีนี้จะช่วยให้เราเก็บเงินได้เร็วขึ้นเพราะไม่มีโอกาสให้ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย  

แถมถ้าเราสามารถลดการซื้อขนมลงก็จะเหลือเงินมาหยอดกระปุกเพิ่มอีกด้วย แนะนำว่าให้พกเงินฉุกเฉินซ่อนเอาไว้ในกระเป๋าตังด้วย เผื่อมีเหตุการณ์ที่ต้องใช้เงินมากกว่าที่เตรียมไว้ อย่างนั่งรถเลยป้าย ขึ้นรถผิดสาย ต้องจ่ายค่างานกลุ่ม ใครที่อยากจะเริ่มจัดการการเงินตัวเองนั้น สามารถลองวิธีนี้ได้

6. กินเท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น

วิธีเก็บเงินวิธีนี้เหมาะมาก ๆ สำหรับใครที่เป็นสายกิน ที่ชอบซื้อของกินจุกจิกตลอดเวลา หากเราต้องการที่จะออมเงิน การลดการกินขนมจุกจิกลงก็สามารถช่วยได้ แต่ถ้าลดยังไม่ได้นั้น วิธีกินเท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น ก็ตอบโจทย์อย่างมาก วิธีนี้สามารถทำได้โดยเมื่อเราซื้ออาหารหรือขนมอะไรที่เกินงบที่ตั้งไว้ ต้องหยอดเงินลงกระปุกตามจำนวนที่กินไป

เช่น ตั้งงบการกินไว้ว่าในหนึ่งมื้อห้ามเกิน 50 บาท แต่วันนี้ซื้อของกินจุจิกไป 100 บาท ก็ต้องออมเงิน 100 บาท นอกจากจะทำให้เก็บเงินได้แล้ว ยังลดการกินจุกจิก ลดน้ำหนักได้อีกด้วย

7. ทำบัญชีรายรับรายจ่าย

ถึงแม้ว่าวิธีนี้จะเป็นวิธีที่ดูจะต้องใช้ความมีระเบียบวินัย หรือเป็นวิธีแบบเก่า แต่ การทำบัญชีรายรับรายจ่าย จะช่วยให้เราสามารถรู้ได้ว่า เรามีรายรับเท่าไหร่ และมีรายจ่ายอะไรบ้าง ซึ่งการที่เรารู้จำนวนของค่าใช้จ่าย จะทำให้เราสามารถวางแผนการเงินและการออมได้ดีขึ้น ซึ่งปัจจุบันก็มีแอพบันมึกรายรับรายจ่ายที่น่ารัก ใช้งานง่าย สะดวกสบายมาก ๆ มาให้หลายๆ  คนได้ลองโหลดมาใช้

7 วิธีออมเงินให้ได้ผลฉบับวัยเรียนหัดออม - ทำบัญชีรายรับรายจ่าย

วัยเรียนที่อยากจะลองเก็บเงินให้ได้เยอะ ๆ หรืออาจะลองเก็บเงินเพื่อที่จะนำไปซื้อของที่เราต้องการโดยไม่ต้องขอพ่อกับแม่นั้น การออมเงินก็สามารถทำได้หลายวิธี เป็นวิธีที่ง่าย ไม่ลำบากในการออมแน่นอน 7 วิธีออมเงินให้ได้ผลฉบับวัยเรียนหัดออม จะช่วยให้เรามีเงินเก็บตามที่เราต้องการ แถมยังช่วยฝึกวินัยการออมเงิน การใช้จ่ายอีกด้วย

การออมแบบนี้นั้นสามารถทำได้ทั้งเด็ก ๆ วัยเรียน และผู้มใหญ่วัยทำงาน สำหรับใครที่อยากจะเก็บเงินสำหรับซื้อบ้าน ซื้อรถ นั้นสามารถใช้วิธีนี้ได้ หรือจะใช้ควบคู่ไปกับ การกู้สินเชื่อ ได้ ก่อนที่เราจะไปกู้สินเชื่อคุณจะต้องรู้จักข้อมูลเกี่ยวกับสินเชื่อ ไม่ว่าจะเป็น เงื่อนไข รูปแบบสินเชื่อ หรือดอกเบี้ยต่าง ๆ ใครที่อยากจะรู้จักสินเชื่อมากขึ้น อ่านเพิ่มได้ที่ https://lipetogo.com/get-know-different-types-loan-interest/

รู้จักกับดอกเบี้ยแบบต่าง ๆ ของสินเชื่อก่อนที่จะกู้สินเชื่อ

การกู้สินเชื่อนั้น สิ่งที่คุณควรจะทำความเข้าใจนอกจากความหายของสินเชื่อ แล้ว อัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อแต่ละประเภทก็เป็นสิ่งที่ผู้กู้ควรรู้จักเช่นเดียวกัน ในปัจจุบันนั้น อัตราดอกเบี้ยในการกู้สินเชื่อมีอยู่หลายประเภท ซึ่งบางประเภทก็มีกฎเกณฑ์ที่ตายตัว บางประเภทก็ต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์เศรษฐกิจในช่วง ๆ นั้น สินเชื่อ แต่ละประเภทนั้นก็จะมีอัตราดอกเบี้ยที่ต่างกันออกไป รู้จักกับดอกเบี้ยแบบต่าง ๆ ของสินเชื่อก่อนที่จะกู้สินเชื่อ เป็นตัวช่วยให้คุณทำความเข้าใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยแต่ละประเภทของสินเชื่อ เพื่อช่วยให้คุณได้วางแผนการเงินล่วงหน้าได้

รู้จักกับดอกเบี้ยแบบต่าง ๆ ของสินเชื่อก่อนที่จะกู้สินเชื่อ

1. อัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก (Effective Rate)

สำหรับใครที่เป็นสนใจในเรื่องของสินเชื่อนั้น อาจจะต้องเคยได้ยินเกี่ยวกับ อัตราดอกเบี้ยกันมาบ้าง ซึ่งอัตราดอกเบี้ยนั้นก็มีอยู่หลายประเภท อย่าง อัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก เป็นอัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อส่วนบุคลลที่หลาย ๆ คนน่าจะคุ้นเคยกันดี เมื่อคุณชำระเงินต้นคืนไปมากเท่าไหร่จำนวนเงินต้นคงเหลือที่นำมาคำนวณดอกเบี้ยก็จะยิ่งน้อยลง ยิ่งเงินต้นเหลือน้อยเท่าไหร่อัตราดอกเบี้ยก็จะถูกลงตามไปด้วยเท่านั้น โดยดอกเบี้ยจะถูกคิดคำนวณเป็นรายวันจากเงินต้นที่เหลือในแต่ละเดือน ดอกเบี้ยประเภทนี้จะเป็นดอกเบี้ยของสินเชื่อส่วนบุคคลและบัตรกดเงินสด เรียกได้ว่าเป็นอัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารหลาย ๆ ที่ก็มักจะนิยมใช้

รู้จักกับดอกเบี้ยแบบต่าง ๆ ของสินเชื่อก่อนที่จะกู้สินเชื่อ - อัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก (Effective Rate)

2. อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ (Fixed Rate)

อัตราดอกเบี้ยที่มักจะพบได้ในสินเชื่อของรถยนต์นั้น คือ อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ ก็เป็นอัตราดอกเบี้ยที่ทุกอย่างถูกกำหนดไว้แบบตายตัว มีการคำนวณทุกอย่างมาเสร็จสรรพแล้ว อย่าง งวดรถยนต์ แต่ละงวดนั้นธนาคารก็จะมีการคำนวณเงินต้นและดอกเบี้ยต่าง ๆ มาใหเสร็จสรรพ เพียงแค่คุณจ่ายให้ตรงเวลา อัตราดอกเบี้ยที่แบบคงที่นั้น จะถูกคำนวณให้เท่ากันในแต่ละเดือน และคงอยู่ตลอดอายุสัญญาเงินกู้ จะแตกต่างกับดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกอยู่มาก เพราะไม่ว่าคุณจะโปะจ่ายเงินต้นให้ลดลงมากน้อยแค่ไหน แต่ดอกเบี้ยที่คุณได้รับนั้นจะไม่ได้ลดลงไป จะมีผลดีก็เพียงแค่ระยะเวลาในการผ่อนชำระจะหมดเร็วขึ้นเท่านั้น เพราะเป็นการคำนวณดอกเบี้ยแบบเบ็ดเสร็จตั้งแต่เริ่มสัญญา เป็นอีกหนึ่งรูปแบบอัตราดอกเบี้ยที่หลาย ๆ คนน่าจะเคยเจอ

3. อัตราดอกเบี้ยเงินกู้แบบลอยตัว (Floating Rate)

ดอกเบี้ยนั้นบางทีก็ขึ้นอยู่กับสภาวะเศรษฐกิจในช่วงนั้น สถาบันการเงินหลาย ๆ สถาบันจะเป็นคนกำหนดเงื่อนไขต่าง ๆ ของ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้แบบลอยตัว ไว้ ซึ่งโดยส่วนมากแล้วอัตราดอกเบี้ยประเภทนี้มักจะพบได้ในสินเชื่อกู้บ้าน การกำหนดอัตราดอกเบี้ยให้เป็นไปตามสภาพของเศรษฐกิจในช่วงนั้น ๆ  ทำให้อัตราดอกเบี้ยแบบนี้ไม่สามารถคาดคะเนได้เลย ถ้าปีไหนดอกเบี้ยถูกลงคุณก็จ่ายและได้รับอัตราดอกเบี้ยที่ถูกลง ถ้าปีไหนดอกเบี้ยแพงคุณก็ต้องจ่ายดอกเบี้ยแพงขึ้นตามไปด้วย

ทั้งนี้อัตราการเปลี่ยนแปลงดอกเบี้ยนั้นจะขึ้นอยู่กับแต่ละธนาคาร เพราะแต่ละธนาคารก็มีอัตราดอกเบี้ยที่เปลี่ยนแปลงต่างกันไปขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละธนาคาร ดังนั้น หากคุณต้องการที่จะกู้สินเชื่อบ้านก็ควรศึกษาธนาคาร หรือสถาบันการเงินหลาย ๆ  แห่งเพื่อใช้เป็นตัวเลือก

ตัวย่อ MLR, MOR, MRR คืออะไร

หลาย ๆ คนน่าจะมีข้อสงสัยเกี่ยวกับตัวย่อ MLR, MOR, MRR ที่เรามักจะเห็นกันในดอกเบี้ยสินเชื่อต่างๆ  ซึ่งแต่ละตัวย่อก็มีความหมายที่แตกต่างกัน แต่ความหมายโดยรวมของตัวย่อทั้ง 3 นั้น หมายถึง อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ทางธนาคารใช้เป็นเกณฑ์ในการเรียกเก็บดอกเบี้ยเงินกู้จากลูกค้า โดยมีลักษณะเป็นดอกเบี้ยลอยตัวไปดูความหมายของแต่ละตัว ดังนี้

1. MLR หรือ Minimum Loan Rate

ตัวย่อเหล่านี้สามารถใช้แยกลูกค้าของแต่ละธนาคารไว้ตามสภาพคล่องทางการเงิน โดย MLR หรือ Minimum Loan Rate  นั้น คือ อัตราดอกเบี้ยที่ทางธนาคารเรียกเก็บจากลูกค้ารายใหญ่ ที่มีประวัติทางการเงิน และมีสภาพคล่องทางการเงินที่ดี เช่น มีประวัติทางการเงินที่ดี ไม่เสี่ยงต่อการล้มละลาย มีหลักทรัพย์เพียงพอในการค้ำประกัน และมีความมั่นคงในอาชีพหรือธุรกิจที่ประกอบการอยู่ เป็นต้น ซึ่งส่วนใหญ่มักใช้กับ สินเชื่อระยะยาวที่มีระยะเวลาในการผ่อนชำระแน่นอน ตายตัว เช่น สินเชื่อเพื่อการประกอบธุรกิจ และสินเชื่ออื่น ๆ ในทำนองเดียวกัน ซึ่งเป็นลูกค้าที่มีคุณภาพของธนาคารใครที่อยู่ในประวัติดีส่วนมากก็มักจะทำกการกู้สินเชื่อผ่าน

ดอกเบี้ยแบบต่าง ๆ - MLR หรือ Minimum Loan Rate

2. MOR หรือ Minimum Overdraft Rate

อีกหนึ่งตัวย่อที่หลาย ๆ คนน่าจะเคยได้ยินกันดี คือ MOR หรือ Minimum Overdraft Rate เป็นอีกหนึ่งการเก็บอัตราดอกเบี้ยของผู้กู้ที่ขอกูสูงกว่าปกติ ซึ่งกอัตราดอกเบี้ยนี้ จะเป็นเงื่อนไขของหลาย ๆ ธนาคาร MOR หมายถึง อัตราดอกเบี้ยที่ทางธนาคารเรียกเก็บจากลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี แต่ขอกู้วงเงินเกินบัญชี ดอกเบี้ยประเภทนี้จะคิดให้ก็ต่อเมื่อ ลูกค้าท่านนั้นมีประวัติการชำระเงินในรอบก่อน ๆ อย่างสม่ำเสมอ และมีความมั่นคงพอสมควร ธนาคารจะต้องพิจารณาในเรื่องความเสี่ยงในอนาคตเสมอ แม้ว่าจะเป็นลูกค้าชั้นดีก็ตาม ซึ่งอัตราดอกเบี้ยนี้จะขึ้นอยู่กับเงินที่คุณขอกู้

3. MRR หรือ Minimum Retial Rate

MRR หรือ Minimum Retial Rate  อัตราดอกเบี้ยที่พบมากที่สุด และเรียกเก็บในหลายๆ กรณี โดยอัตราดอกเบี้ยนี้ จะใช้กับสินเชื่อทั่ว ๆ ไป อย่าง สินเชื่อบ้าน ที่อยู่อาศัย หรือสินเชื่อเงินกู้ส่วนบุคคล โดย MRR หมายถึง อัตราดอกเบี้ยที่ทางธนาคารเรียกเก็บจากลูกค้ารายย่อยชั้นดี ซึ่งในกรณีนี้ทางธนาคารมักจะใช้ระยะเวลาในการตรวจสอบลูกค้านานพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นประวัติในการชำระหนี้ หรือการใช้เครดิตต่างๆ ความมั่นคงทางอาชีพ หรือความมั่นคงทางการเงิน เป็นต้น เพื่อคาดเดาถึงศักยภาพของลูกค้าในการผ่อนชำระคืนในอนาคต เป็นอัตราการเก็บดอกเบี้ยที่พบบ่อยมากที่สุด

สำหรับใครที่สนใจเรื่องสินเชื่อ หรือต้องการที่จะกู้สินเชื่อต่าง ๆ นั้น ควรทำความเข้าใจ และศึกษาเกี่ยวกับประเภทของดอกเบี้ยให้ละเอียด เพราะสินเชื่อส่วนบุคคลนั้น ก็มีดอกเบี้ยอยู่หลายประเภทที่ทางธนาคารนั้นเรียกเก็บ รู้จักกับดอกเบี้ยแบบต่าง ๆ ของสินเชื่อก่อนที่จะกู้สินเชื่อ จะช่วยให้คุณวางแผนการเงินได้ดีขึ้น และช่วยให้คุณเข้าใจอัตราดอกเบี้ยประเภทต่าง ๆ มากขึ้น

หลาย ๆ คนอาจจะกู้สินเชื่อต่าง ๆ เพื่อมาใช้ในชีวิตประจำวันอย่าง กู้บ้าน รถ หรือลงทุนในธุรกิจต่าง ๆ แต่สำหรับใครที่ยังไม่อยากจะกู้ในช่วงนี้ แต่อยากจะมีธุรกิจส่วนตัว ก็มีธุรกิจหลายประเภทที่สามารถเปิดเองได้ง่าย ๆ โดยใช้เงินหลักพัน สำหรับใครที่กำลังจาหารายได้เสริมในช่วงนี้นั้น 5 ธุรกิจทำกำไรลงทุนงบหลักพัน สำหรับมือใหม่งบน้อย เหมาะมาก ๆ สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำธุรกิจและมีต้นทุนน้อย

5 ธุรกิจทำกำไรลงทุนงบหลักพัน สำหรับมือใหม่งบน้อย

ในช่วงนี้สถานการณ์ทางเศรษฐกิจ และสถานการณ์โรคระบาดก็ยังไม่ดีขึ้นมากในไทย ช่วงก่อนหน้านี้หลาย ๆ บริษัทก็เริ่มจะปลดพนักงานบางส่วนออก หลาย ๆ คนที่ตกงาน และอยากจะเริ่มหางานใหม่ หรือต้องการหารายได้เสริมนั้น การลงทุนทำธุรกิจ ถือเป็นสิ่งที่น่าสนใจ ในปัจจุบันการเปิดธุรกิจสามารถทำได้ง่าย ๆ โดยไม่ต้องมีหน้าร้าน หรือร้านที่ใหญ่โต ซึ่งธุรกิจที่สามารถใช้งบน้อยในการลงได้นั้นก็มีอยู่หลากหลาย 5 ธุรกิจทำกำไรลงทุนงบหลักพัน สำหรับมือใหม่งบน้อย ที่จะช่วยหารายได้เสริมในช่วงโควิด-19 ได้ดี ทั้งยังสามารถสร้างแบรนด์ให้ตัวเองได้ในอนาคต

5 ธุรกิจทำกำไรลงทุนงบหลักพัน สำหรับมือใหม่งบน้อย

1. ร้านข้าวไข่เจียว

ข้าวไข่เจียว เป็นธุรกิจที่มีมานานมาก โดยเฉพาะร้านข้าวไข่เจียวที่เปิดขายอยู่ตามหน้าโรงเรียน หรือตามสำนักงานต่าง ๆ ซึ่งบางร้านก็ทำเป็นข้าวกล่องมาขาย หรือบางร้านก็ทำสด ๆ ต่อออเดอร์เลย ซึ่งธุรกิจนี้ใช้เงินลงทุนไม่เยอะเลย เพียงมีเงินเก็บหลักพันก็สามารถเปิดร้านไข่เจียวของตัวเองได้

สิ่งที่ต้องมี คือ โต๊ะ 1 ตัว เตาแก๊ส จานโฟม ช้อนส้อมพลาสติก วัตถุดิบสำหรับผสมไข่เจียว เช่น หมูสับ, ปูอัด, หมูยอ, ผัก, ไก่สับ ซึ่งเราอาจไม่ต้องมีเครื่องเคียงมากนักในช่วงแรก ตัวอย่างของการลงทุน

ข้าวสารราคาถัง1 ถัง ไข่เบอร์ 1-2 แผง 1 ได้ไข่ไก่ 30 ใบ เราสามารถขายข้าวไข่เจียวจานละ 20-25 บาทได้  สิ่งที่จะทำให้เรามีลูกค้าเพิ่มนั้น ก็ต้องขึ้นอยู่กับรสชาติ ราคา และเครื่องเคียงที่มีให้ลูกค้ารวมไปถึงซอสต่าง ๆ ที่เราอาจจะคิดค้นเพิ่มขึ้นมา เพื่อความแปลกใหม่ และเป็นเอกลักษณ์ของร้านได้

5 ธุรกิจทำกำไรลงทุนงบหลักพัน สำหรับมือใหม่งบน้อย - ร้านข้าวไข่เจียว

2. ร้านลูกชิ้นทอดหรือลูกชิ้นปิ้ง

การลงทุนทำธุรกิจอาหารนั้น หลาย ๆ คนอาจจะคิดว่ามีความเสี่ยง แต่อย่างไรก็ตามทุก ๆ คนก็ต้องรับประทานอาหาร และออกมาซื้อกันอยู่แล้ว สำหรับใครที่กลัวความเสี่ยงนั้น ธุรกิจที่สามารถเริ่มลงทุนได้ในหลักพัน ก็มีอยู่มากมายที่น่าสนใจ อย่าง ร้านลูกชิ้นทอดหรือ ลูกชิ้นปิ้ง ก็เป็นธุรกิจร้านอาหารที่น่าสนใจมากเราสามารถจัดการงบได้ โดยอุปกรณ์ก็ภายในบ้าน ไม่ว่าจะเป็น หม้อทอด หรือเตาถ่าน เตรียมโต๊ะ เตรียมป้ายบอกราคา และถุงพลาสติกใส่ลูกชิ้น พร้อมกับผักสดกับแกล้ม

เช่น เราลงทุนซื้อลูกชิ้น 1,500 บาท เตรียมน้ำจิ้มใส่ลูกชิ้น 200 บาท รวมจ่ายเบ็ดเสร็จไม่น่าจะเกิน 2,500 บาท ตั้งราคาขายไม้ละ 5-25  ถ้าทำเลดีมีผู้คนพลุกพล่าน เช่น หน้าโรงเรียน โรงงาน ก็ยิ่งจะช่วยให้เราสามารถขายได้ดีขึ้น ยิ่งเราสามารถทำน้ำจิ้มลูกชิ้นให้อร่อย ขยันขายในทุกวัน พร้อมทั้งรักษาคุณภาพของอาหารเราให้มีความสด ใหม่ สะอาด และปอดภัยก็จะทำให้มีลูกค้าเข้ามาเรื่อย ๆ

ธุรกิจลงทุนงบหลักพัน - ร้านลูกชิ้นทอดหรือลูกชิ้นปิ้ง

3. ร้านโจ๊ก

การหารายได้เสริมจากการทำธุรกิจนั้น ก็ช่วยให้เราสามารถหาเงินมาหมุนเวียนในการใช้จ่ายแต่ละเดือนได้ดีขึ้นในคนที่กำลังทำงานอยู่ หรือใครที่เพิ่งจะว่างงาน และรองานใหม่ ๆ ลองนำเงินเก็บหลักพันมาลงทุนเปิด ร้านโจ๊ก ก็จะช่วยให้คุณสามารถหารายได้ได้ดี ซึ่งร้านโจ๊กนั้น สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญเลย คือ ข้าวสำหรับทำโจ๊ก ไข่ หมู เริ่มต้นง่าย ๆ ไม่ต้องมีวัตถุมากนัก

ในส่วนของเครื่องปรุงก็สามารถซื้อแบบสำเร็จรูปมาได้เลย เริ่มเปิดร้านง่าย ๆ โดยตั้งโต๊ะ หม้อโจ๊กขนาดใหญ่ 1 ใบ เปิดร้านแบบง่าย ๆ ซื้อกลับบ้านอย่างเดียว หรือมีบริการส่งด้วยก็ทำให้ได้กำไรเหมือนกัน จากนั้นค่อยขยับขยาย เพิ่มเมนู หรือเพิ่มลูกเล่น เครื่องเคียงต่าง ๆ อย่าง ไข่ หรือหมูยอ กุนเชียงได้

ธุรกิจลงทุนงบหลักพัน - ร้านโจ๊ก

4. ร้านหม่าล่าปิ้งย่าง

สำหรับใครที่อยากจะมีอาชีพเสริมที่ฮิตอินเทรนด์ และขายได้แน่นอนในช่วงนี้ หม่าล่าปิ้งย่าง ก็เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่น่าสนใจอย่างมาก หม่าล่าปิ้งย่าง ได้รับความนิยมทั้งในจีน และเผยแพร่มาในบ้านเราได้สักพัก แต่อย่างไรก็ตามในปัจจุบันหม่าล่าก็ยังเป็นที่นิยมอย่างมาก ยิ่งในเด็ก ๆ และวัยรุ่นที่ชื่นชอบท้าทายความเผ็ด โดยหม่าล่าปิ้งย่างสามารถลงทุนได้เองไม่ต้องผ่านแฟรนไชส์ แค่มีเงินทุนเริ่มต้นหลักพันก็สามารถเปิดร้านได้

เบื้องต้นเราจะต้องลงทุนวัตถุดิบและเครื่องปรุงหมาล่า อุปกรณ์จะมี เตาปิ้งย่าง ตะแกรงพักของย่าง ไม้ทาพริกหม่าล่า ถุงพลาสติกหรือกล่องโฟม และพลาสติกวางรองกล่อง หรือถ้วยพลาสติกสำหรับใส่ขาย และเพื่อรักษาความสดให้กับเนื้อและผัก ควรมีตู้แช่สำหรับแช่เนื้อในระหว่างขายด้วย ถ้าเนื้อนั้นหากวางทิ้งไว้เฉยๆ  อาจจะทำให้มีกลิ่นเหม็น หรือเสียได้ ซึ่งจะทำให้เราขาดทุนได้ ยิ่งขายในช่วงตอนเย็นน่าจะได้รับความนิยมมาก

ธุรกิจลงทุนงบหลักพัน - ร้านหม่าล่าปิ้งย่าง

5. แซนวิช

อีกหนึ่งธุรกิจที่สามารถเปิดได้แบบทั้งมีหน้าร้าน หรือขายออนไลน์แบบไม่มีหน้าร้านก็ได้ คือ แซนวิช เป็นธุรกิจที่เราสามารถใช้เงินหลงทุนหลักพัน สร้างกำไรหลักหมื่นได้ หลาย ๆ คนที่ไปทำงาน หรือไปเรียน แล้วไม่มีเวลาทานข้าวเช้า แซนวิช ถือเป็นอาหารเช้าที่ช่วยรองท้องได้อย่างดีในเวลารีบเร่ง มีหลายอย่าง โดยแซนวิชก็มีอยุ่หลายแบบ เช่น แซนวิชหมูหยอง, ,แซนวิชแฮม, แซนวิชไข่ดาวหมูยอง, แซนวิชผัก หรือแซนวิชโบราณ

ในช่วงเริ่มทำเราอาจจะไม่ต้องมีไส้ให้เลือกมาก เอาตามงบประมาณที่มี โดยตั้งราคาขายตามคุณภาพและขนาดของแซนวิช โดยขายในช่วงเวลา เช้า และเย็น หรืออาจจะขายตามเพจออนไลน์ แบบสั่งทำได้ เพื่อที่จะได้ประหยัดการมีหน้าร้าน

5 ธุรกิจทำกำไรลงทุนงบหลักพัน สำหรับมือใหม่งบน้อย - แซนวิช

การเปิดธุรกิจส่วนตัวนั้น เราอาจจะไม่ต้องเริ่มจากการเปิดร้านที่ใหญ่โต หรือเป็นแฟรนไชน์ ปัจจุบันเราสามารถทำแบรนด์ของตัวเงอขึ้นมาในงบหลักพันได้ อย่างร้านอาหารที่ได้รับความนิยม ที่สามารถทานได้บ่อย ๆ นั้นก็สามารถใช้งบประหยัดในการดำเนินธุรกิจช่วงแรกได้ 5 ธุรกิจทำกำไรลงทุนงบหลักพัน สำหรับมือใหม่งบน้อย ช่วยให้เรามีรายได้เสริม และเพิ่มทักษะการทำธุรกิจของเราด้วย

นอกจากการเปิดธุรกิจส่วนตัวแล้ว ใครที่อยากจะหารายได้เสริม จากการลงทุนน้อยแต่ได้กำไรสูงนั้น ambbet คาสิโนออนไลน์ เป็นอีกหนึ่งที่ที่รวบรวมเกมทำเงินมากมายมาไว้ในเว็บเดียว สามารถเล่นได้ทุกที่ทุกเวลา ทำเงินได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งยังมีระบบที่ทันสมัย มาพร้อมกับเกมมากมาย และโปรโมชั่นเด็ด ๆ ที่จะช่วยเพิ่มโอกาสทำเงินได้มากขึ้น ใครที่อยากจะรู้จักวิธีสมัครสมาชิก คลิก ได้เลย

สมัครสมาชิกคาสิโนออนไลน์ อย่างไร สำหรับนักเดิมพันมือใหม่

ปัจจุบันคาสิโนออนไลน์นั้นเปิดให้บริการมากขึ้นเรื่อย ๆ บนโลกอินเตอร์เน็ต ทำให้มีนักเดิมพันหน้าใหม่เกิดขึ้นมากมายเช่นเดียวกัน ซึ่งในยุคอินเตอร์เน็ตแบบนี้ การสมัครสมาชิกคาสิโนออนไลน์ ก็สามารถทำได้ง่ายมากขึ้นกว่าแต่ก่อน บางคาสิโนนั้นนักเดิมพันสามารถทำรายการต่าง ๆได้ตัวเองได้อย่างรวดเร็ว สำหรับนักเดิมพันมือใหม่คนไหนที่อยากจะสมัครสมาชิกกับเว็บคาสิโนออนไลน์ต่าง ๆ ต้องเรียรู้ สมัครสมาชิกคาสิโนออนไลน์ อย่างไร สำหรับนักเดิมพันมือใหม่ เป็นกฎเกณฑ์ เงื่อนไขในการสมัคร และวิธีการสมัครสมาชิกคาสิโนอออนไลน์แบบง่าย ๆ หลากหลายช่องทาง

สมัครสมาชิกคาสิโนออนไลน์ อย่างไร สำหรับนักเดิมพันมือใหม่

กฎ เงื่อนไขในการสมัครคาสิโนออนไลน์

มีอายุ 18 ปีบริบูรณ์  นักเดิมพันที่จะสามารถสมัครเว็บคาสิโนออนไลน์ทุกเว็บได้นั้น ต้องมีอายุในบัตรประชาชน 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ถึงจะบรรลุนิติภาวะ และสามารถสมัครสมาชิกกับหลาย ๆ เว็บได้ อีกทั้งยังไม่ผิดกฎหมาย และป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นหลังจากสมัครได้

ข้อมูลต้องเป็นความจริง นักเดิมพันที่ต้องการสมัครคาสิโนออนไลน์นั้น ต้องใช้ข้อมูลจริงในการสมัครสมาชิก ทั้ง ชื่อ-สกุล อายุ เบอร์โทร และบัญชีธนาคาร เพื่อที่ทางเว็บจะได้ตรวจสอบข้อมูลว่าไม่มีการแอบอ้างใช้ชื่อ หรือข้อมูลคนอื่นมาก เพราะอาจจะทำให้เกิดปัญหาขึ้นได้ในอนาคต อีกทั้งหากตรวจพบว่าแอบอ้างข้อมูล คุณก็จะถูกตัดสิทธิ์จากการเป็นสมาชิก

ธนาคารที่ต้องใช้ สิ่งที่สำคัญมาก ๆ ในการสมัครสมาชิกกับเว็บบาคาร่า คือ การเลือกธนาคาร นักเดิมพันจะต้องเลือกธนาคารที่ตัวเองมั่นใจว่าจะใช้งานตลอดระยะเวลาการเล่นเกม เพราะจะเลือกใช้ธนาคารได้แค่ตอนสมัคร จะฝากด้วยบัญชีอื่นหรือถอนด้วยบัญชีอื่นไม่ได้เด็ดขาด ดังนั้น ควรระบุธนาคารให้ชัดเจนต้องเป็นธนาคารเดียวกับที่สมัครครั้งแรกเท่านั้น เพื่อป้องกันปัญหาด้านการเงินที่จะเกิดขึ้น อย่าลืมตรวจเช็คข้อมูลต่าง ๆ ของเราให้ดี่ก่อนกดยืนยัน

ชื่อผู้ใช้ และรหัสผ่าน นักเดิมพันควรให้ความใส่ใจกับความปลอดภัยในการใช้งานของตนเอง หลาย ๆ เว็บคาสิโนออนไลน์นั้นมักจะแจ้งชื่อผู้ใช้ กับรหัสผ่านมาให้หลังสมัครสมาชิกเรียบร้อยแล้ว เพื่อที่นักเดิมพันจะได้เข้าสู่ระบบได้ ซึ่งเมื่อนักเดิมพันได้รับรหัสผ่านมาแล้วนั้น ควรเปลี่ยนทันทีหลังเข้าใจงานครั้งแรก เพื่อป้องกันความปลอดภัย หรือข้อมูลต่าง ๆ และควรเปลี่ยนรหัสผ่านอยู่บ่อย ๆ

สมัครสมาชิกคาสิโนออนไลน์ อย่างไร สำหรับนักเดิมพันมือใหม่ - กฎ เงื่อนไขในการสมัครคาสิโนออนไลน์

ช่องทางในการสมัครสมาชิกคาสิโนออนไลน์

1. หน้าเว็บไซต์โดยตรง

สมัครสมาชิกได้ง่าย ๆ กับ เว็บไซต์โดยตรงของ ambbets.com คาสิโนออนไลน์ครบวงจร ที่เปิดให้บริการเกมคาสิโนทุกรูปแบบ จาก askmebet ที่เปิดบริการมายาวนาน 5 ปี ทั้งยังได้รับความไว้วางใจจากนักเดิมพันมากมาย นักเดิมพันสามารถเลือกสมัครสมาชิกทางเว็บไซต์ได้ หากเป็นคนที่ใช้งานอินเตอร์เน็ต หรือเว็บไซต์ต่าง ๆ อยู่แล้ว โดยการเลือกเมนู “สมัครสมาชิก” กรอกข้อมูลส่วนตัวให้ครบทุกช่อง ตามรายละเอียดของแบบฟอร์ม ทำการกดยืนยันการสมัครสมาชิก จากนั้นรอเจ้าหน้าที่ของเว็บไซต์ติดต่อกลับ เพื่อส่งชื่อผู้ใช้งาน และรหัสผ่าน พร้อมเลขที่บัญชีธนาคารของเว็บไซต์ สำหรับการโอนเงินเข้าสู่ระบบ จากนั้นนำชื่อผู้ใช้งานและรหัสผ่านที่ได้รับไป login เข้าสู่ระบบจากหน้าเว็บไซต์จากนั้น ก็ทำการฝากเงินเข้าสู่ระบบได้ทันที เป็นวิธีที่ง่ายและแสนจะรวดเร็ว บางเว็บคาสิโนออนไลน์นั้น ก็สามารถทำรายการเองได้ง่าย ๆ ไม่เกิน 1 นาที

2. เฟซบุ๊ก (Facebook)

สำหรับนักเดิมพันคนไหนที่ยังไม่เก่งเรื่องท่องโลกออนไลน์ มากนัก การสมัครสมาชิกของบางเว็บคาสิโนออนไลน์ ก็สามารถทำได้ผ่าน แอพพลิเคชันชื่อดัง อย่าง Facebook นักเดิมพันต้องเลือกคาสิโนออนไลน์ ที่ตัวเองสนใจในเฟซบุ๊ก ก่อนที่จะสมัคร โดยการใช้อุปกรณ์มือถือ หรือคอมพิวเตอร์ ที่มีการ login เข้า Facebook อยู่แล้ว จะมีการเชื่อมต่อไปยัง Facebook ของเว็บไซต์ทันที เข้าไปเลือกคลิกที่ ‘ลงทะเบียน’  ซึ่งจะมีการเชื่อมต่อไปยังหน้าเว็บไซต์โดยตรงโดยอัตโนมัติ จากนั้นทำรายการลงทะเบียนสมัครสมาชิกตามขั้นตอน หรืออาจจะทักไปหากับแอดมิน จะมีการแชทถามตอบเพื่อถามข้อมูลส่วนตัว จากนั้นเจ้าหน้าที่จะจัดส่ง ชื่อผู้ใช้งาน และรหัสผ่าน พร้อมเลขที่บัญชีธนาคารของเว็บไซต์

สำหรับการโอนเงินเข้าสู่ระบบเพื่อใช้เป็นทุนการเดิมพัน และสามารถนำชื่อผู้ใช้งาน และรหัสผ่านไป login เข้าสู่ระบบในหน้าเว็บไซต์ได้เลย เหมาะมาก ๆ สำหรับคนที่ยังท่องโลกอินเตอร์เน็ตไม่คล่อง นักเดิมพันสามารถสอบถามข้อมูลการสมัครได้กับแอดมินเว็บ ๆ นั้นเลย

สมัครสมาชิกคาสิโนออนไลน์ - เฟซบุ๊ก (Facebook)

3. ไลน์ (LINE)

ใครจะไปคิดว่า ไลน์ ก็สามารถสมัครสมาชิกกับเว็บคาสิโนออนไลน์ได้ เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ได้รับความนิยมเช่นกัน เพราะเว็บคาสิโนออนไลน์หลาย ๆ เว็บนั้นต่างก็มีช่องทางการติดต่อผ่านไลน์ นักเดิมพันสามารถสมัครสมาชิกเว็บคาสิโนออนไลน์ได้ โดยการแสกนสัญลักษณ์ไลน์ หรือ  QR Code ที่ปรากฏบนหน้าจอ ระบบจะสร้างช่องทางการในการเชื่อมต่อไปยัง LINE ของเว็บไซต์ทันที จากนั้น เพิ่มเพื่อน หรือ Add Friend คลิกหรือ กดเลือกเพื่อทำการเชื่อมต่อ หลักจากเพิ่มเพื่อนเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่แอดมินของเว็บไซต์ จะส่งขั้นตอนการสมัครโดยละเอียด และขอรายละเอียดข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งาน  เช่น ชื่อ นามสกุล  เบอร์โทรศัพท์ ชื่อไลน์หรือ ไอดีไลน์  รวมไปถึงข้อมูลบัญชี สำหรับการทำรายการ ซึ่งมีรายละเอียดประกอบด้วย เลขที่บัญชี ชื่อธนาคาร ชื่อบัญชี ที่จะต้องตรงกับชื่อผู้สมัครเท่านั้น  ระบบจึงจะทำรายการลงทะเบียนได้เสร็จสิ้น จากนั้นเจ้าหน้าที่จะจัดส่ง ชื่อผู้ใช้งาน และรหัสผ่าน พร้อมเลขที่บัญชีธนาคารของเว็บไซต์ สำหรับการโอนเงินเข้าสู่ระบบเพื่อใช้เป็นทุนการเดิมพัน ซึ่งการสมัครทางไลน์นั้นจะมีเจ้าหน้าที่คอยบริการตลอด 24 ชั่วโมง

การสมัครสมาชิกเว็บคาสิโนออนไลน์หลาย ๆ แห่งสามารถทำได้ง่ายมากขึ้นในปัจจุบัน ผ่านช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก หรือไลน์ ที่มีแอดมิน หรือทีมงานที่คอยให้บริการอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งการสมัครสมาชิกนั้น นักเดิมพันควรจะกราอกข้อมูลต่างๆ  ให้เป็นความจริง และมีความถูกต้อง เพื่อที่จะได้เล่นเกมอย่างสนุก และได้รับเงินไปแบบเต็ม ๆ โดยไม่เกิดปัญหาขึ้นในภายหลัง สมัครสมาชิกคาสิโนออนไลน์ อย่างไร สำหรับนักเดิมพันมือใหม่ เป็นตัวช่วยให้นักเดิมพันสามารถการสมัครสมาชิกคาสิโนออนไลน์ได้อย่างราบลื่น

7 ธนาคารฝากประจำดอกเบี้ยสูง ธนาคารไหนดี ปี2564

การฝากประจำ เป็นทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการจะเก็บเงิน เพื่อเป้าหมายในอนาคต เช่น ซื้อบ้าน ซื้อรถ หรือเป้าหมายอื่น ๆ เพราะการฝากประจำจะช่วยเราออมเงินได้แบบรัดกุม และทำให้เรามีวินัยในการออมเงินสุด ๆ หลาย ๆ คนที่อยากจะเปิดบัญชีฝากประจำนั้น อาจจะกำลังหาธนาคารที่มีดอกเบี้ยที่สูง หรือฝากเงินประจำ ธนาคารไหนดี เพราะตอนนี้มีธนาคารมากมายเปิดให้บริการ ดังนั้นเราจึงนำ 7 ธนาคารฝากประจำดอกเบี้ยสูง ธนาคารไหนดี ปี2564 มาเป็นตัวเลือกให้กับคนที่ต้องการฝากประจำได้ชั่งใจ และเลือกธนาคารที่เราถูกใจ และเหมาะกับเรามากที่สุด

7 ธนาคารฝากประจำดอกเบี้ยสูง ธนาคารไหนดี ปี2564

ฝากประจำคืออะไร?

หลาย ๆ คนที่อยากจะเริ่มออมเงินอาจจะสงสัยว่า การฝากประจำ คืออะไร และต่างอย่างไร กับ การฝากแบบออมทรัพย์ปกติ ซึ่ง ฝากประจำ คือ การนำเงินจำนวนหนึ่งไปฝากธนาคาร โดยที่จะต้องนำเงินจำนวนเท่ากันนี้ มาฝากเข้าบัญชีทุก ๆ เดือน ซึ่งจำนวนเงินขั้นต่ำในการฝากประจำก็ขึ้นอยู่กับแต่ละธนาคาร เมื่อถึงกำหนดระยะเวลาก็จะได้ดอกเบี้ยในอัตราพิเศษ ที่สูงกว่าการฝากในบัญชีออมทรัพย์หรือสะสมทรัพย์ทั่วไป โดยธนาคารจะเป็นผู้กำหนดระยะเวลาในการฝากเงิน

7 ธนาคารฝากประจำดอกเบี้ยสูง ธนาคารไหนดี ปี2564 - ฝากประจำคืออะไร?

เงื่อนไขของเงินฝากประจำ

การฝากประจำนั้นก็มีเงื่อนไขในการฝากเช่นกัน โดยแต่ละธนาคารจะมีเงื่อนไขของการฝากเงินทั้ง ผู้ที่สามารถฝากได้ จำนวนเงินขั้นต่ำ อัตราดอกเบี้ย ระยะเวลาในการฝาก โดย เงื่อนไขของการฝากประจำ ของธนาคารโดยส่วนมากคร่าว ๆ จะมีดังนี้ เงินฝากประจำทั่วไปสามารถฝากกี่ครั้งก็ได้ โดยเงินที่ฝากแต่ละครั้งจะนับช่วงเวลาครบกำหนดแยกกัน เช่น ฝากประจำ 3 เดือน ครั้งแรกเดือนมกราคม เงินก้อนนี้จะครบกำหนดในเดือนเมษายน ต้องฝากให้ครบกำหนดถึงจะได้รับดอกเบี้ยตามที่ธนาคารประกาศ หากผิดเงื่อนไข

เช่น ถอนเงินออกมาก่อน อาจไม่ได้รับดอกเบี้ย หรือได้รับดอกเบี้ยน้อยลง ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของธนาคารนั้น ๆ ดอกเบี้ยที่ได้รับจะต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% เช่น ถ้าอัตราดอกเบี้ย 1.00% จะได้รับดอกเบี้ยจริง 0.85% ต่อปี สำหรับใครที่สนใจการฝากประจำก็มาลองดูเงื่อนไขของแต่ละธนาคารได้ ดังนี้

ฝากประจำดอกเบี้ยสูง - เงื่อนไขของเงินฝากประจำ

ฝากประจำ ดอกเบี้ยสูง ธนาคารไหนดี

1. ธนาคารออมสิน

ธนาคารแรกที่เราจะมาแนะนำการฝากประจำนั่นก็คือ ธนาคารออมสิน ซึ่งธนาคารออมสินนั้น บุคคลธรรมดาอายุตั้งแต่ 7 ปีขึ้นไป และนิติบุคคลทุกประเภทสามารถฝากได้ มีอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำอยู่ที่ 0.50 – 0.75 % อัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำปลอดภาษี 1.30 % (ระยะเวลาฝากขั้นต่ำ 24 เดือน) โดยจะมีเงินฝากขั้นต่ำ 1,000 บาท ระยะเวลาในการฝาก 3 – 36 เดือน ฝากไม่ครบ 3 เดือน ไม่คำนวณดอกเบี้ยให้ สามารถถอนเงินได้ แต่ถ้ารายการฝากใดมียอดคงเหลือต่ำกว่า 1,000 บาท จะไม่คำนวณดอกเบี้ยให้

7 ธนาคารฝากประจำดอกเบี้ยสูง ธนาคารไหนดี ปี2564 - ธนาคารออมสิน

2. ธนาคารกรุงศรีอยุธยา

สำหรับการฝากประจำกับ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา นั้นมีเงื่อนไขดังนี้ บุคคลธรรมดาและนิติบุคคลสามารถฝากประจำได้ มีอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำอยู่ที่ 0.375 – 0.85 %  และมีอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำปลอดภาษี 1.30% สำหรับเงินฝากประจำปลอดภาษี 24 เดือน 1.25% (ระยะเวลาฝากขั้นต่ำ 24 เดือน)

สำหรับเงินฝากประจำปลอดภาษี 36 เดือน เงินฝากขั้นต่ำ 1,000 บาท (ปลอดภาษีขั้นต่ำ 500 บาท) ระยะเวลาในการฝาก 3 – 36 เดือน อัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำปลอดภาษี 24 เดือน เท่ากับเงินฝากประจำ 24 เดือน บวกเพิ่ม 0.80% อัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำปลอดภาษี 36 เดือน เท่ากับเงินฝากประจำ 36 เดือน บวกเพิ่ม 0.50% หากถอนเงินที่ได้ฝากไว้ไม่ถึง 3 เดือน ธนาคารจะไม่จ่ายดอกเบี้ย

ฝากประจำดอกเบี้ยสูง - ธนาคารกรุงศรีอยุธยา

3. ธนาคารยูโอบี (UOB)

อีกธนาคารที่มีบริการฝากเงินประจำ และดอกเบี้ยที่น่าสนใจนั่นคือ ธนาคารยูโอบี (UOB) ที่เปิดบริการฝากเงินประจำให้กับบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลอายุ 15 ปีขึ้นไปสามารถฝากได้ มีอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำอยู่ที่ 0.50 – 0.85 %

และมีอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำปลอดภาษี 1.50 % (ระยะเวลาฝากขั้นต่ำ 24 เดือน) และมีเงินฝากขั้นต่ำ 5,000 บาท (ปลอดภาษีขั้นต่ำ 1,000 บาท) ระยะเวลาในการฝาก 3 – 48 เดือน ถอนก่อนครบกำหนด และ ระยะเวลาฝาก < 3 เดือน ไม่มีการจ่ายดอกเบี้ย ถอนก่อนครบกำหนด และระยะเวลาฝาก ≥ 3 เดือน อัตราดอกเบี้ยออมทรัพย์ ณ ขณะนั้น พร้อมหักภาษี ณ ที่จ่าย

สำหรับฝากประจำแบบปลอดภาษียังมี ฟรีประกันอุบัติเหตุตลอดระยะเวลา 24 เดือน ของการฝากเงิน โดยไม่ต้องเสียค่าเบี้ยประกัน ด้วยวงเงิน 2 เท่าของจำนวนเงินที่ท่านจะต้องฝากต่อในบัญชีหลังจากวันที่เกิดอุบัติเหตุ หรือสูงสุดถึง 1,180,000 บาท ต่อบัญชี

7 ธนาคารฝากประจำดอกเบี้ยสูง ธนาคารไหนดี ปี2564 - ธนาคารยูโอบี (UOB)

4. LH BANK

อีกหนึ่งธนาคารที่สามารถฝากประจำได้ พร้อมดอกเบี้ยและเงื่อนไขที่น่าสนใจอย่าง LH BANK หรือ ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ผู้ที่สามารถฝากได้นั้นมีอายุตั้งแต่ 7 ปีขึ้นไป ณ วันเปิดบัญชี เขามีอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำอยู่ที่ 0.85 – 1.15 %  (ระยะเวลาฝากขั้นต่ำ 24 เดือน)

และฝากประจำปลอดภาษี 24 เดือน รับดอกเบี้ยเท่ากับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 12 เดือน วงเงินต่ำสุด + 0.75% ฝากประจำปลอดภาษี 36 เดือน รับดอกเบี้ยเท่ากับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 12 เดือน วงเงินต่ำสุด + 1.25% และมีเงินฝากขั้นต่ำ 1,000 บาท ระยะเวลาในการฝาก 3 – 36 เดือน เบิกถอนเงินจากบัญชีก่อนครบกำหนดฝาก ธนาคารคิดดอกเบี้ยตามที่กำหนด หากถอนก่อนกำหนดระยะเวลาน้อยกว่า 3 เดือน ไม่ได้รับดอกเบี้ย

ฝากประจำดอกเบี้ยสูง - LH BANK

5. ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย

ธนาคารที่ได้รับความไว้วางใจมายาวนาน และมีบริการหลายรูปแบบอย่าง ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ที่เปิดให้บริการฝากประจำให้กับบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล โดยมีอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 0.30 – 0.85 % (ไม่มีสมุดคู่ฝาก 0.75 % เมื่อฝากครบ 12 เดือน) อัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำปลอดภาษี  1.30 % (ระยะเวลาฝากขั้นต่ำ 24 เดือน) และมีเงินฝากขั้นต่ำ 1,000 บาท ระยะเวลาในการฝาก  3 – 36 เดือน

สำหรับฝากประจำแบบปลอดภาษีจะได้รับประกันคุ้มครองอุบัติเหตุส่วนบุคคลตลอดระยะเวลาฝากฟรี โดยได้รับความคุ้มครองเท่ากับจำนวนเงินฝากเมื่อครบระยะเวลาฝาก (วงเงินสูงสุด 600,000 บาท) หากผู้ฝากมีอายุเกิน 65 ปี จะไม่ได้รับความคุ้มครองประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล แต่ยังคงได้รับดอกเบี้ยเงินฝาก ตามประกาศอัตราดอกเบี้ยของธนาคาร

ฝากประจำดอกเบี้ยสูง - ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย

6. ธนาคารกสิกรไทย

มากันถึงธนาคารที่มีผู้ใช้บริการมาก และยังมีบริการที่ทันสมัย ครบเครื่องอย่าง ธนาคารกสิกรไทย ที่เปิดบริการฝากประจำให้กับบุคคลธรรมดาอายุตั้งแต่ 15 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป โดยมีอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 0.370 – 0.70 %

อัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำปลอดภาษี 1.25 % (ระยะเวลาฝากขั้นต่ำ 24 เดือน)  และมีเงินฝากขั้นต่ำ 1,000 บาท (ปลอดภาษีขั้นต่ำ 500 บาท) ระยะเวลาในการฝาก 3 – 36 เดือน จ่ายดอกเบี้ยเมื่อครบกำหนดระยะเวลาการฝาก ตามระยะเวลาการฝากที่เลือก

ฝากประจำดอกเบี้ยสูง - ธนาคารกสิกรไทย

7. ธนาคารไทยเครดิต

ธนาคารสุดท้ายที่เราจะมาแนะนำในการฝากประจำคือ ธนาคารไทยเครดิต เป็นธนาคารที่มีความน่าเชื่อถือและมีเงื่อนไขดี ๆ เช่นกัน โดยเปิดฝากประจำให้กับบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล โดยมีอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 1.10 – 1.50 % อัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำปลอดภาษี 2.15 – 2.30 % (ระยะเวลาฝากขั้นต่ำ 24 เดือน) และมีเงินฝากขั้นต่ำ  1,000 บาท ระยะเวลาในการฝาก 3 – 36 เดือน

หากถอนก่อนครบกำหนดการฝาก ก่อนระยะเวลา 3 เดือน จะไม่ได้รับดอกเบี้ย หากถอนก่อนครบกำหนดการฝากตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไป ธนาคารจ่ายดอกเบี้ยอัตราออมทรัพย์ ณ วันฝากเงิน และหักภาษี ณ ที่จ่าย

ฝากประจำดอกเบี้ยสูง - ธนาคารไทยเครดิต

สำหรับใครที่ต้องการจะออมเงินแบบยั่งยืน และออมเงินแบบจริงจัง การฝากประจำก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ดีมาก ๆ โดยเฉพาะเหล่ามนุษย์เงินเดือนที่มีรายได้คงที่ สามารถฝากประจำได้อย่างสบาย การออมเงินแบบฝากประจำนอกจากจะช่วยให้เราออมเงินได้รัดกุม มีวินัยในการใช้จ่ายแล้วนั้น ธนาคารต่าง ๆ ยังมีเงื่อนไข และดอกเบี้ยที่สามารถเพิ่มเงินออมของเราได้เป็นอย่างดี ซึ่งใครที่กำลังหาธนาคารในการฝากประจำ 7 ธนาคารฝากประจำดอกเบี้ยสูง ธนาคารไหนดี ปี2564 รวมธนาคารที่ดอกเบี้ยสูง เงื่อนไขดีประจำปีนี้ให้ได้เลือกกัน

การฝากเงินฝากประจำนั้นหลายคนมักจะฝากเพื่อเป้าหมายในการใช้จ่ายในอนาคต อย่าง การซื้อบ้าน ที่ต้องใช้เงินก้อนใหญ่ สำหรับใครที่เก็บเงินได้ตามเป้าหมาย แล้วกำลังจะซื้อบ้านสักหลัง 4 ปัจจัยที่จะช่วยให้คุณผ่อนบ้านได้อย่างสบาย เป็นตัวช่วยที่จะทำให้คุณวางแผนการใช้เงิน การผ่อนบ้านได้เป็นอย่างดี

และนอกจากเป้าหมายการซื้อบ้าน ซื้อรถ ซื้อที่ดินแล้วนั้น เงินฝากประจำก็ยังมีประโยชน์ต่อการวางแผนการเงินของเราเป็นอย่างดี เพราะหลาย ๆ คนอาจจะเคยผิดพลาดในด้านการใช้เงินกันมาบ้าง ข้อผิดพลาดการเงินในแต่ละช่วงชีวิต ที่คุณควรรู้ เพื่อแก้ไขได้ทัน เป็นข้อผิดพลาดที่มักจะเกิดขึ้นกับหลาย ๆ คนในแต่ละช่วงวัยที่แตกต่างกันที่คุณควรรู้เพื่อที่จะได้วางแผนการใช้เงิน และออมเงินได้ทัน

4 ปัจจัยที่จะช่วยให้คุณผ่อนบ้านได้อย่างสบาย

การจะมีบ้านสักหลังเป็นของตัวเองนั้น แน่นอนว่าสิ่งแรกที่คุณจะต้องมีคือกำลังทรัพย์ที่จะสามารถซื้อบ้านหลังนั้นมาได้ แต่ทั้งนี้การซื้อบ้านด้วยการผ่อนก็เป็นสิ่งที่สามารถทำได้ โดยเราก็ได้รวบรวมข้อแนะนำสำหรับการวางแผนการซื้อบ้านมาฝากให้กับทุกคนที่กำลังจะตัดสินใจผ่อนบ้านกับ 4 ปัจจัยที่จะช่วยให้คุณผ่อนบ้านได้อย่างสบาย รวมทั้งเพื่อช่วยให้คุณสามารถเตรียมความพร้อมก่อนขอสินเชื่อได้ โดยจะมีปัจจัยอะไรบ้างนั้น ถ้าพร้อมแล้ว ตามไปดูกันเลย

การเตรียมความพร้อมก่อนขอสินเชื่อ

มาเริ่มกันที่อันดับแรกก่อนที่คุณจะมีบ้านเป็นของตัวเอง กับการเตรียมความพร้อมก่อนขอสินเชื่อ ซึ่งเป็นการเตรียมตัวก่อนขอสินเชื่อ โดยต้องรักษาเครดิตทางการเงินต่างๆ ให้ดี ควรมีการตรวจสอบสถานะสินเชื่อต่างๆ รวมถึงประวัติการชำระหนี้ที่ผ่านมาว่ามีการติดเครดิตบูโรหรือไม่ เพื่อให้สามารถขอสินเชื่อได้ นอกจากนี้ควรมีการเตรียมพวก Statement ให้มีความพร้อมมากที่สุด จะทำอย่างไรก็ได้ให้ Statement ออกมาดี เพื่อจะได้สร้างความมั่นใจให้กับสถาบันทางการเงินว่ามีความพร้อมในการผ่อนชำระได้อย่างสบาย

ซึ่งอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญที่ขาดไปไม่ได้เลยคือ การเตรียมเงินออมให้เพียงพอ เป็นสิ่งที่จำเป็นมากๆ สำหรับในการกู้บ้านหรือคอนโดฯ เพราะเมื่อมีภาระในการผ่อน จะต้องมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ ตามมาเช่นกัน เงินออมจะเป็นสิ่งที่สามารถช่วยได้ ฉะนั้นหลังจากเตรียมความพร้อมสำหรับการกู้บ้านหรือคอนโดฯ ได้แล้ว การจะผ่อนบ้านให้สบายๆ ไม่กังวลเรื่องเงินแล้วละก็ จะมีด้วยกัน 4 ปัจจัยดังต่อไปนี้

4 ปัจจัยที่จะช่วยให้คุณผ่อนบ้านได้อย่างสบาย

1. เงินดาวน์

ปัจจัยแรกคือ เงินดาวน์ ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะกู้บ้านหรือคอนโดฯ จะต้องมีเงินดาวน์อย่างน้อยๆ 10 เปอร์เซ็นต์ ของราคาบ้านหรือคอนโด ดังนั้นถ้าหากเลือกซื้อบ้านในราคาวงเงิน 3,000,000 บาท ต้องมีเงินดาวน์อย่างน้อยๆ ถึง 300,000 บาท ยิ่งมีเงินดาวน์เยอะมากเท่าไร การจะช่วยลดภาระในการผ่อนต่อเดือนจะลดลงมากขึ้น และที่สำคัญทำให้สามารถประหยัดดอกเบี้ยกู้บ้านได้เยอะมากๆ อีกด้วย

เงินดาวน์

2. ยอดเงินผ่อนชำระต่อเดือน

ในส่วนของยอดผ่อนชำระต่อเดือน ไม่ควรที่จะเกิน 40 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ทั้งหมด ซึ่งถ้ามีรายได้เพียงแค่คนเดียว จะทำให้ไม่สามารถผ่อนบ้านได้ไหว แต่ก็ยังสามารถกู้ร่วมได้ โดยการกู้บ้านร่วมนั้น ต้องเป็นผู้ที่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดหรือเป็นสามีภรรยากัน จึงจะสามารถทำการกู้ร่วมได้ การกู้ร่วมนอกจากจะช่วยทำให้ได้วงเงินกู้ที่มากขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องดูหลักความเป็นจริงว่าสามารถผ่อนชำระต่อเดือนไหวหรือเปล่าด้วยเช่นกัน

ยอดเงินผ่อนชำระต่อเดือน

3. ระยะเวลาในการผ่อนชำระ

ปัจจัยต่อมากับระยะเวลาในการผ่อนชำระ ซึ่งการผ่อนชำระการกู้บ้านหรือคอนโดฯ จะสามารถผ่อนได้สูงสุดถึง 30 ปี หรือบางคนอาจได้มากกว่านั้น ซึ่งระยะเวลาในการผ่อนส่งอายุของผู้กู้ไม่ควรเกิน 60-65 ปี ในการเลือกระยะเวลาในการผ่อนชำระ ควรเลือกระยะเวลาสูงสุดเอาไว้ก่อน แล้วถ้ามีเงินเยอะก็สามารถนำเงินมาโป๊ะยอดบ้านได้ ซึ่งการกู้ในระยะเวลาที่ยาวนานจะเป็นการเซฟตี้ ค่าผ่อนส่งต่อเดือนก็จะไม่แพงจนเกินไป สามารถทำให้ผ่อนส่งได้อย่างสบายๆ ถ้าขยันโป๊ะบ่อย ยอดบ้านก็ลด ดอกเบี้ยก็ลด แถมยังทำให้ลดระยะเวลาในการผ่อนต่อปีได้เร็วขึ้นอีกด้วย

ระยะเวลาในการผ่อนชำระ

4. อัตราดอกเบี้ย

ปิดท้ายกันที่ปัจจัยด้านอัตราดอกเบี้ย ซึ่งสถาบันทางการเงินมักจะมีข้อเสนอหรือทางเลือกให้กับผู้ขอสินเชื่อกันเป็นจำนวนมาก ว่าจะเลือกรูปแบบอัตราดอกเบี้ยในลักษณะแบบไหน เป็นแบบคงที่หรือแบบลอยตัว ในการเลือกควรเลือกตามความเหมาะสมว่าเราอยากเลือกลักษณะแบบไหน โดยแต่ละธนาคารก็จะมีอัตราดอกเบี้ยที่แตกต่างกันออกไป ฉะนั้นควรพิจารณาให้รอบคอบก่อนตัดสินใจ

อัตราดอกเบี้ย

และนี่คือ 4 ปัจจัยที่จะช่วยให้คุณผ่อนบ้านได้อย่างสบาย ซึ่งหากคุณเป็นอีกหนึ่งคนที่กำลังตัดสินใจจะผ่อนบ้านแล้วละก็ สามารถนำปัจจัยเหล่านี้ไปพิจารณาได้ เพื่อให้การผ่อนบ้านของคุณเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่ติดขัดอะไร และสามารถผ่อนสำเร็จในเวลาอันรวดเร็ว

รวมทั้งการฝากเงินไว้ในธนาคาร เพื่อเก็บออมไว้ซื้อหรือผ่อนบ้านในอนาคตก็เป็นสิ่งที่ต้องเลือกให้ดีเช่นกัน เนื่องจากบัญชีเงินฝากมีหลากหลายประเภท และมีอัตราดอกเบี้ยหรือผลตอบแทนที่ต่างกัน เราจึงจะพาคุณไป รู้จักประเภทบัญชีเงินฝาก เพื่อเลือกให้เหมาะสมกับตัวเอง ก็จะทำให้สถานะทางการเงินของคุณในชีวิตประจำวันมีความมั่นคงขึ้น พร้อมทั้งยังมีเงินออมเพื่อนำไปซื้อบ้านในอนาคตได้

นอกจากนี้ รู้จักข้อดีของการทำธุรกรรมทางการเงินออนไลน์ เป้นสิ่งที่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้คุณในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นลดการเดินทางออกไปที่ธนาคาร ไม่จำเป็นต้องใช้เอกสารมากมาย แถมยังช่วยลดค่าใช้จ่ายด้วยนั่นเอง

รู้จักข้อดีของการทำธุรกรรมทางการเงินออนไลน์

ยุคสมัยมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ เช่นเดียวกับปัจจุบันที่หลาย ๆ คนต่างก็มีโทรศัพท์มือถือไว้ใช้งานกันอย่างน้อยหนึ่งเครื่อง ซึ่งโทรศัพท์มือถือนี้ก็เป็นสิ่งอำนวยสะดวกให้กับตัวเราเองในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสาร การทำงาน การดูหนังฟังเพลง รวมทั้งยังเป็นประโยชน์ในการทำธุรกรรมทางการเงินออนไลน์ (Online Banking หรือ Internet Banking) ได้อีกด้วย และการที่มีเทคโนโลยีที่สร้างความสะดวกสบายนี้เข้ามา จึงทำให้สังคมในยุคปัจจุบันเริ่มเปลี่ยนแปลงวิธีการใช้เงินในแบบเดิม มาเป็น “สังคมไร้เงินสด” ทั้งนี้การทำธุรกรรมทางการเงินออนไลน์ยังมีประโยชน์อีกมากมาย ซึ่งเราจะพาทุกคนไป รู้จักข้อดีของการทำธุรกรรมทางการเงินออนไลน์ ว่ามีอะไรบ้าง ตามไปดูกัน

รู้จักข้อดีของการทำธุรกรรมทางการเงินออนไลน์

1. ไม่เสียเวลาเดินทางไปธนาคารเมื่อต้องการทำธุรกรรมทางการเงิน

เริ่มกันที่ข้อดีแรกของการทำธุรกรรมทางการเงินออนไลน์ ที่สร้างความสะดวกสบายให้กับคนในสังคมเป็นอย่างมากด้วยการไม่จำเป็นต้องเสียเวลาเดินทางไปธนาคารอย่างเช่นแต่ก่อน ที่หากจะเปิดบัญชีธนาคาร ฝาก ถอน โอนเงินจากธนาคารหนึ่งไปยังธนาคารหนึ่ง ก็จะต้องเดินทางไปทำธุรกรรมที่ธนาคาร ทั้งนี้เมื่อเราสามารถทำธุรกรรมทางการเงินผ่านระบบออนไลน์ได้แบบในปัจจุบัน ก็ทำให้การเดินทางไปธนาคารไม่จำเป็นอีกต่อไป โดยทุกคนสามารถทำธุรกรรมหลาย ๆ อย่างได้ผ่าน Internet Banking หรือผ่านแอปธนาคารบนมือถือ ไม่ว่าจะเป็นการโอนเงิน ถอนเงิน จ่ายบิลค่าใช้จ่าย หรือการซื้อหน่วยลงทุน ก็สามารถทำได้ง่าย ๆ สะดวกและรวดเร็วมากขึ้น

ไม่เสียเวลาเดินทางไปธนาคารเมื่อต้องการทำธุรกรรมทางการเงิน

2. ทำธุรกรรมทางการเงินได้อย่างคล่องตัว

สำหรับการทำธุรกรรมทางการเงินออนไลน์ จะช่วยทำให้การทำธุรกรรมทางการเงินนั้นทำได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น ซึ่งเดิมการทำธุรกรรมทางการเงินแบบเก่า คุณจะต้องเตรียมเอกสารต่าง ๆ เช่น บัตรประชาชน สมุดบัญชี รวมถึงเอกสารอื่น ๆ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอน แต่ปัจจุบันการทำธุรกรรมผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ จะช่วยให้ลดขั้นตอนในการจัดเตรียมเอกสารลงได้เป็นอย่างมาก เพราะได้มีการใช้เทคโนโลยีที่ช่วยบันทึกข้อมูลต่าง ๆ ไว้อย่างปลอดภัย ซึ่งสิ่งนี้จะเป็นผลดีต่อผู้ใช้บริการเป็นอย่างมากและช่วยลดความยุ่งยาก ทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจสามารถดำเนินกิจการได้คล่องตัวและรวดเร็วยิ่งขึ้นนั่นเอง

ทำธุรกรรมทางการเงินได้อย่างคล่องตัว

3. ธุรกรรมทางการเงินลดปัญหาอาชญากรรม

ในส่วนของการทำธุรกรรมทางการเงินออนไลน์จะช่วยลดปัญหาอาชญากรรมนั่นก็คือ เราอาจจะไม่จำเป็นต้องพกเงินเป็นจำนวนมากเหมือนแต่ก่อน แต่ยังช่วยให้การจัดการเรื่องเงินของคุณทำได้ง่าย แถมช่วยลดอัตราปัญหาการเกิดอาชญากรรม จี้ ปล้นนั่นเอง เพราะการเงินต่าง ๆ สามารถทำผ่านโทรศัพท์มือถือได้ หรือหากถูกขโมยมือถือ หรือบัตรเครดิต คุณก็สามารถโทรแจ้งธนาคารให้อายัดบัตร หรือปิดบัญชีการใช้ Mobile banking ได้อีกด้วย

ธุรกรรมทางการเงินลดปัญหาอาชญากรรม

4. ตรวจสอบความเคลื่อนไหวของธุรกรรมทางการเงินได้ง่ายขึ้น

อีกหนึ่งสิ่งที่เป็นข้อดีสำหรับการทำธุรกรรมทางการเงินออนไลน์ก็คือ เราตรวจสอบความเคลื่อนไหวของธุรกรรมทางการเงินได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบรายการย้อนหลัง ข้อมูล และความเคลื่อนไหวทางการเงินต่าง ๆ เพราะคุณแค่กดเข้าแอปธนาคารบนมือถือ เพื่อดูความเคลื่อนไหว หรือจะเช็คจากรูปสลิปที่เซฟไว้ หรือจะเป็น Message หรือ E-mail ที่แจ้งเตือนจากธนาคารเกี่ยวกับการฝาก ถอน จ่ายเงินของคุณ ก็สามารถทำได้ง่าย และยังสามารถกดขอ Bank statement ปัจจุบัน หรือย้อนหลังผ่านทางออนไลน์ได้อีกเช่นกัน  

ตรวจสอบความเคลื่อนไหวของธุรกรรมทางการเงินได้ง่ายขึ้น

5. ธุรกรรมทางการเงินช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม

มาถึงข้อดีข้อสุดท้ายของการทำธุรกรรมทางการเงินออนไลน์ ซึ่งข้อดีนี้จะช่วยให้รักษาสิ่งแวดล้อม ด้วยการที่ช่วยลดปริมาณเอกสาร หรือการออกสลิปกระดาษลงไปได้เป็นอย่างมาก เพราะข้อมูลทุกอย่างจะถูกบันทึกอยู่ในระบบ และช่วยให้ลดปริมาณขยะลงได้ นอกจากนี้ยังเป็นการช่วยประเทศลดลดต้นทุน ลดปริมาณ และพลังงานในกระบวนการการผลิตธนบัตรและเหรียญกษาปณ์ พร้อมทั้งยังช่วยลดการเดินทางไปธนาคารของเราได้อีกด้วย

ธุรกรรมทางการเงินช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม

เป็นอย่างไรกันบ้าง ได้รู้จักข้อดีของการทำธุรกรรมทางการเงินออนไลน์กันไปแล้ว ซึ่งจะเห็นว่าข้อดีแต่ละข้อนั้นจะช่วยทำให้การใช้ชีวิตของเราสะดวกสบายมากขึ้น ไม่ยุ่งยากเหมือนแบบเดิมแล้ว อีกทั้งในปัจจุบันเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19ยังคงระบาดอย่างหนัก จึงต้องมีการเว้นระยะห่างทางสังคม ทำให้การใช้งานผ่าน Internet Banking หรือผ่านแอปธนาคารเป็นสิ่งที่มีประโยชน์และอำนวยความสะดวก พร้อมช่วยลดการออกนอกบ้านเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดได้อีกด้วย

ได้รู้ข้อดีของการใช้งานการเงินออนไลน์แล้ว เรื่องที่สำคัญอีกหนึ่งสิ่งคือ การวางแผนทางการ เพื่อให้เราสามารถใช้จ่ายได้อย่างคล่องตัว และในเรื่องของการวางแผนการเงินสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือ เป้าหมายทางการเงิน โดย เป้าหมายทางการเงินที่ทุกคนควรมีในชีวิต จะช่วยลดความเสี่ยงให้กับสถานะทางการเงินของเรามากขึ้น

นอกจากนี้ 4 แนวคิด ที่จะทำให้คุณมีความมั่งคั่งทางการเงิน ยังเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่จะให้คุณปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตให้รู้จักวางแผนการเงินมากขึ้นด้วย